เนชั่นทีวี

การเมือง

"กมธ.ป.ป.ช." จ่อเชิญ "รมว.ศธ." แจงปัญหา สกสค.พิมพ์แบบเรียน

29 ต.ค. 2568 | katchatapong_lee

"กมธ.ป.ป.ช." จ่อเชิญ "รมว.ศธ." แจงปัญหา สกสค.พิมพ์แบบเรียน

"กมธ.ป.ป.ช." จ่อเชิญ "รมว.ศธ." ถามแนวทางพิมพ์แบบเรียนปี 69 หลังอนุมัติงบให้ สกสค.ทั้งที่ถูกฟันผิด กม.จัดซื้อ พร้อมแจงปัญหา สกสค.ค้างค่าสิขสิทธิ์แบบเรียน สพฐ.

นายปรีติ เจริญศิลป์ สส.นนทบุรี พรรคประชาชน ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ในการประชุมกรรมาธิการ ในวันนี้ (29 ต.ค.) ที่มีนายอภิชาติ ตีรสวัสดิชัย สส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานกรรมาธิการฯ เป็นประธานในการประชุม โดยได้มีมติ เชิญ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการศึกษาธิการ เข้าร่วมประชุมกับกรรมาธิการในวันที่ 5 พฤศจิกายนนี้ เพื่อให้ข้อมูลใน 2 กรณี คือ 

 

1.แนวทางการจัดพิมพ์หนังสือแบบเรียนปีการศึกษา 2569 ของกระทรวงศึกษาธิการ หลังได้อนุมัติงบประมาณ 1,010 ล้านบาทให้องค์การค้าของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (องค์การค้าของ สกสค.) เป็นผู้ดำเนินการเหมือนหลายปีที่ผ่านมา ทั้งที่เกิดความไม่ชอบมาพากลมาโดยตลอด

 

2.แนวทางแก้ปัญหากรณีที่องค์การค้าฯ ค้างชำระค่าลิขสิทธิ์หนังสือแบบเรียนให้แก่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มากว่า 10 ปี เป็นเงินกว่า 219 ล้านบาทด้วย และเรื่องที่ 2.กรณีโครงการเช่าใช้คลาวด์ (Cloud) ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) วงเงินงบประมาณ 2.8 พันล้านบาท ที่มีผู้ร้องเรียนว่า การกำหนดเงื่อนไขในร่างทีโออาร์เข้าข่ายล็อกสเปก และเหตุใดจึงรื้อกลับมาดำเนินการใหม่ ทั้งที่หลังเคยถูกรัฐบาลที่แล้วยกเลิกไปแล้ว

“กรรมาธิการฯ หวังว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จะเห็นความสำคัญ ตอบรับมาแลกเปลี่ยนข้อมูลกับทางกรรมาธิการฯ โดยเฉพาะส่วนของ องค์การค้าของ สกสค. ที่ถูกกรมบัญชีกลาง ชี้ว่ากระทำผิดมาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ ถึง 7 เรื่อง เฉพาะแค่โครงการพิมพ์แบบเรียนปี 2568 ปีเดียว จึงไม่แน่ใจว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ทราบข้อมูลส่วนนี้หรือไม่ เพราะเพิ่งอนุมัติให้องค์การค้าฯ เป็นผู้ดำเนินการจัดจ้างเอกชนพิมพ์แบบเรียนอีก เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น” นายปรีติ ระบุ

 

นายปรีติ ยังกล่าวว่า จากการติดตามตรวจสอบองค์การค้าฯ มาต่อเนื่อง ไม่เข้าใจว่าเหตุใดกระทรวงศึกษาธิการ ถึงยังนิ่งเฉยกับองค์การค้าฯ ที่ทั้งผลประกอบการที่ขาดทุนทุกปี และยังถูกร้องเรียนความไม่ชอบมาพากล ถูกกรมบัญชีกลางชี้ว่า กระทำผิดกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างถึง 7 เรื่องในปีเดียว และทราบว่ายังมีคดีความถูกเอกชนฟ้องร้องอยู่หลายคดีด้วย 

ในการประชุมกรรมาธิการฯ สัปดาห์ก่อน วันที่ 22 ตุลาคม 2568 ได้เชิญผู้แทน สพฐ.ในฐานะเจ้าของลิขสิทธิ์แบบเรียนมาให้ข้อมูลว่า เหตุใดถึงปล่อยให้องค์การค้าฯ เบี้ยวหนี้มาร่วมทศวรรษ รวมเป็นเงินถึง 219 ล้านบาท โดยไม่มีการทวงถาม ซึ่งผู้แทน สพฐ.ระบุตอนหนึ่งว่า เห็นว่า องค์การค้าฯ มีภาระหนี้สินจำนวนมาก กลับกันสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) หน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาฯ เช่นกัน ซึ่งก็เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์หนังสือแบบเรียนบางกลุ่มสาระการเรียนรู้ ปรากฏองค์การค้าฯ ชำระค่าลิขสิทธิ์ให้ทุกปี ตกปีละ 40-50 ล้านบาท จนไม่มีหนี้ค้างชำระ โดนระบุว่าเป็นการปฏิบัติตามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างองค์การค้าฯ กับ สสวท.ที่กำหนดให้ชำระค่าลิขสิทธิ์ปีต่อปี หากไม่ชำระก็จะไม่ส่งต้นฉบับให้ในปีถัดไป นอกจากนี้ สสวท.ยังสามารถนำค่าลิขสิทธิ์ดังกล่าวไปตั้งเป็นกองทุนเพื่อใช้บริหารจัดการภายในองค์กรได้ โดยไม่ต้องส่งคืนคลัง โดยมีกฎหมายรองรับ 

 

“ขณะที่ สพฐ.นั้น มีระเบียบกระทรวงฯ กำหนดให้ต้องทำสัญญาเรียกเก็บค่าลิขสิทธิ์กับหน่วยงานหรือองค์กรที่มาใช้ต้นฉบับ แต่ตลอด 10 ปีมานี้ สพฐ. กับ องค์การค้าฯ ไม่ได้ทำสัญญากัน เพิ่งส่งร่างสัญญาให้สำนักงานอัยการสูงสุด ตรวจสอบเมื่อเร็ว ๆ นี้ แล้วยอดหนี้ค้างกันตั้งแต่ปี 2559 กำลังจะครบทศวรรษ ก็เพิ่งมาทำหนังสือทวงถามไป 3 ครั้ง หลังปี 2565 นี่เอง ” นายปรีติ ระบุ

 

นายปรีติ กล่าวอีกว่า ช่วงหนึ่งตน และ กมธ.พยายามสอบถามทาง สพฐ.ว่า เหตุใดถึงต้องให้องค์การค้าฯ ไปจ้างเอกชนพิมพ์หนังสือแทน สพฐ.สามารถทำเองได้หรือไม่ ซึ่งตอนแรกก็อ้างไปถึงนโยบายของรัฐมนตรีที่กำกับดูแลหน่วยงานตั้งแต่ปี 2553 มีเอกสารอ้างอิงเป็นเพียงการสรุปสาระสำคัญการมอบหมายภารกิจ ไม่ได้เป็นระเบียบ หรือกฎหมายใด ๆ ด้วยซ้ำ 

 

รวมถึงอ้างไปถึงนโยบายสื่อเสรี ที่หาก สพฐ.ดำเนินการเอง ต้องพิจารณาเอกชนอย่างถี่ถ้วนว่า เป็นเอกชนที่พิมพ์แบบเรียนแข่งกับกระทรวงตามนโยบายสื่อเสรีหรือไม่ และหากจ้างผลิตแล้ว จะมีทำการตลาดให้เต็มที่หรือไม่ สรุปแล้วก็คือ สพฐ.สามารถดำเนินการจัดจ้างเอกชนเพื่อจัดพิมพ์หนังสือแบบเรียนได้เอง ซึ่งผู้แทน สพฐ.อธิบายด้วยว่า หนังสือแบบเรียนแต่ละปีการศึกษามีแบ่งเป็น 2 แบบหลัก ๆ คือ ฉบับของกระทรวงศึกษาฯ ที่ส่งให้องค์การค้าฯ เป็นผู้ดำเนินการผลิต ตามบทบาทหน้าที่ของหน่วยงาน ซึ่งปัจจุบันองค์การค้าฯ ไม่ได้พิมพ์เอง เป็นการจัดจ้างเอกชนพิมพ์ทั้งหมด ส่วนอีกแบบเป็นหนังสือของเอกชน ตามนโยบายสื่อเสรี ที่เปิดกว้างให้เอกชนสามารถผลิตแบบเรียนมาแข่งขันกับฉบับของกระทรวงศึกษาฯ ได้ หรือเป็นคู่แข่งของแบบเรียนกระทรวงศึกษาฯ ซึ่งโรงเรียนทั้งในสังกัดกระทรวงหรือนอกสังกัด สามารถพิจารณากันเองว่า จะซื้อแบบเรียนของเจ้าใดมาให้นักเรียนใช้ประกอบการเรียน โดยไม่จำเป็นต้องเป็นของกระทรวงศึกษาฯ

ข่าวล่าสุด