เหตุที่เป็นเช่นนี้ เพระคำว่า “จริยธรรม” ตาม รธน. และข้อกำหนดจริยธรรมปี 2561 มีความหมายในลักษณะกว้างกว่า คำว่า "เจตนา” ในคดีอาญา และคำว่า “จงใจ” ในคดีแพ่ง และไม่อยู่ภายใต้ขอบเขตราชอาณาจักรไทย
ทั้ง สว.จะต้องอยู่ภายใต้ข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของวุฒิสภาและกรรมาธิการ พ.ศ.2563 ประกอบมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินและหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ.2561
ผลคดี หาก ป.ป.ช. วินิจฉัยชี้มูลว่า สว.นันทนา กระทำฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานอย่างร้ายแรงและหากศาลฎีกาเชื่อว่ากระทำฝ่าฝืนจริง ย่อมถูกเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้งไม่เกิน 10 ปี แต่โดยผล รธน. มาตรา 235 วรรคสี่ ฉบับปราบโกงย่อมถูก “ประหารชีวิตทางการเมือง” ถูกตัดสิทธิ์ในการสมัคร สส. ผู้บริหารท้องถิ่นหรือสมาชิกท้องถิ่น หรือดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดๆตลอดชีพ
เป็นผลพวงมาจากรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกงและเป็นตัวอย่างของสมาชิกรัฐสภา ไม่ว่า สส. หรือ สว. หรือคณะรัฐมนตรี จะต้องระมัดระวังในการพูดจาดูถูกย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ต่อสมาชิกรัฐสภาด้วยกัน แม้จะออกแบบให้ สว.มาจากกลุ่ม 20 ตัวอย่างอาชีพก็ตาม
แต่จริยธรรมร้ายแรงหรือไม่ อยู่ที่ “การกระทำของตน” ไม่เกี่ยวกับ “สว.เสียงข้างมาก”หรือ “สว.เสียงข้างน้อย” จะต้องวางตนเป็นกลางสมกับเป็นตัวแทนของปวงชนชาวไทย