เนชั่นทีวี

การเมือง

ทัพภาค 1 แจงกู้ทุ่นระเบิดชายแดน "วันนอร์" สั่งรับมือ "กัมพูชา" เวที IPU

09 ต.ค. 2568

ทัพภาค 1 แจงกู้ทุ่นระเบิดชายแดน "วันนอร์" สั่งรับมือ "กัมพูชา" เวที IPU

กองทัพภาคที่ 1 ส่งหนังสือแจ้ง "กัมพูชา" กู้ทุ่นระเบิดพื้นที่ บ้านหนองจาน - บ้านหนองหญ้าแก้ว ป้องกันบิดเบือนข้อมูล ขณะที่ "วันนอร์" สั่งเข้มเตรียมข้อมูลรับมือ "กัมพูชา" โจมตีในเวที IPU ที่สวิตเซอร์แลนด์ ท่ามกลางสถานการณ์ที่อ่อนไหวจากท่าทีแทรกแซงของ "ทรัมป์"

9 ตุลาคม 2568 ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 1 ชี้แจงกรณี กกล.บูรพา ส่งหนังสือถึงผู้บัญชาการกองพลน้อยทหารราบที่ 51 ของกัมพูชา เรื่อง การเก็บกู้ทุ่นระเบิด ในพื้นที่บ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้ว ในวันที่ 10 ตุลาคม 2568 ว่า การเก็บกู้ทุ่นระเบิดดังกล่าว เป็นการดำเนินการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยในพื้นที่บ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้ว ซึ่งเป็นพื้นที่อธิปไตยของฝ่ายไทย เพื่อให้เกิดความเกื้อกูลต่อการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ในการรักษาอธิปไตย และความสงบสุขของพี่น้องประชาชนชาวไทย อีกทั้งการแจ้งฝ่ายกัมพูชาให้รับทราบในห้วงวันและเวลาดังกล่าว เพื่อป้องกันการเข้าใจผิดหรือนำไปบิดเบือนข้อมูลได้

ทัพภาค 1 แจงกู้ทุ่นระเบิดชายแดน "วันนอร์" สั่งรับมือ "กัมพูชา" เวที IPU

“อ.วันนอร์” ถกเครียด สั่งเข้มรับมือเขมรเวทีรัฐสภาโลก

เป็นที่น่าสังเกตว่า นอกจากเส้นตายวันที่ 10 ตุลาคม 2568 ให้อพยพชาวเขมรออกจากพื้นที่บ้านหนองจาน และการประชุมสุดยอดอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา ที่จะมีขึ้นปลายเดือนนี้แล้ว 

ระหว่างวันที่ 18 ถึง 25 ตุลาคมนี้ ยังมีการประชุมสมัชชาสหภาพรัฐสภา หรือ IPU ครั้งที่ 151 ที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งทั้งไทยและกัมพูชาจะส่งคณะผู้แทนของแต่ละประเทศเข้าร่วมการประชุมดังกล่าวด้วย โดยหัวข้อหลักของการประชุมครั้งนี้ คือ “ยืนหยัดมาตรฐานมนุษยธรรมและสนับสนุนการดำเนินการด้านมนุษยธรรมในช่วงวิกฤต” 

คณะผู้แทนไทยที่จะเดินทางไปร่วมประชุม นำโดย อาจารย์วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานรัฐสภา ขณะที่ฝ่ายกัมพูชา มีนายอุช โบฤทธิ์ รองประธานวุฒิสภา เป็นหัวหน้าคณะ 

วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสองประเทศ ทำให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ตั้งคณทำงานเพื่อติดตามสถานการณ์ กรณีพิพาทตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อจัดเตรียมเนื้อหาให้คณะผู้แทนไทยใช้ในการชี้แจงและตอบโต้กัมพูชา กรณีที่มีการนำเสนอเนื้อหาและข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์และข้อพิพาทระหว่างสองประเทศที่พาดพิงประเทศไทย โดยใช้ข้อมูลเท็จ หรือคลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริง 

มีรายงานว่า ประธานวันนอร์ ได้เน้นย้ำให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้แทนจากกระทรวงการต่างประเทศ เตรียมข้อมูลและเอกสารหลักฐานต่างๆ ให้พร้อมอย่างเต็มที่ เพื่อเตรียมรับมือฝ่ายกัมพูชา ซึ่งคาดว่าจะใช้เวทีการประชุมสมัชชาสหภาพรัฐสภา หรือ IPU โจมตีไทยอย่างแน่นอน โดยเฉพาะในเวที General Debate ซึ่งเป็นเวทีใหญ่ที่สุด และจะมีถ้อยแถลงของประธานรัฐสภาหรือผู้แทนจากประเทศต่างๆ ที่เข้าร่วมประชุม 

ที่ผ่านมา กัมพูชาใช้เวทีการประชุมระหว่างประเทศ ให้ข้อมูลเชิงลบพาดพิงประเทศไทย เกี่ยวกับกรณีพิพาทตามแนวชายแดนของทั้งสองประเทศมาอย่างต่อเนื่องทุกครั้ง ล่าสุดคือการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ หรือ UNGA สมัยที่ 80 ที่นครนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา จน คุณสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ต้องปรับเปลี่่ยนถ้อยแถลง และกล่าวตอบโต้กัมพูชาอย่างเผ็ดร้อนกลางเวที เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2568

ก่อนหน้านั้น ในการประชุมสมัชชารัฐสภาอาเซียน หรือ AIPA (ไอป้า) ครั้งที่ 46 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย คณะผู้แทนฝ่ายกัมพูชาก็ได้พยายามเสนอวาระเร่งด่วน เป็นข้อมติที่พาดพิงสถานการณ์ระหว่างไทยกับกัมพูชา ต่อที่ประชุมไอป้า จนคณะผู้แทนไทยคัดค้านอย่างแข็งขัน และชี้แจงให้ที่ประชุมได้รับทราบข้อเท็จจริง จนสุดท้ายร่างข้อมติของกัมพูชาถูกตีตกไป 

นอกจากนั้น ช่วงปลายเดือนกรกฎาคม ประธานสภาแห่งชาติกัมพูชา ซึ่งเป็นสตรี คือ "สมเด็จ ควน สุดารี" ยังได้กล่าวถ้อยแถลงโจมตีไทยในการประชุมผู้นำระดับสูงของสหภาพรัฐสภา ที่นครเจนีวาเช่นก้น โดยอ้างว่าไทยละเมิดข้อตกลงหยุดยิง และใช้อาวุธเคมี ส่งผลให้ "ประธานวันนอร์" ต้องกล่าวถ้อยแถลงตอบโต้อย่างดุเดือด พร้อมประณามฝ่ายกัมพูชาที่นำเรื่องเท็จ และข้อมูลบิดเบือนมากล่าวหาไทย รวมทั้งได้ส่งแถลงการณ์อย่างเป็นทางการไปยังประธานสหภาพรัฐสภา เพื่อส่งต่อไปยังชาติสมาชิกกว่า 180 ประเทศเพื่อให้ทราบข้อเท็จจริงที่ถูกต้องตรงกันด้วย 

ฉะนั้นการประชุมเวทีระหว่างประเทศ ไม่ว่าเวทีใด ประเทศไทยจึงวางใจหรือประมาทเขมรไม่ได้เลย รวมถึงการประชุม IPU ในอีก 10 วันข้างหน้านี้ด้วย

หนักกว่าที่คาด! ทรัมป์แทรกปมพิพาทไทย-เขมร 

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ตึงเครียดหนักขึ้นเป็นพิเศษให้ห้วงเดือนตุลาคม (อ้างอิงจากข้อมูลการประเมินของฝ่ายความมั่นคง)

เพราะเดือนตุลาคม มีการสับเปลี่ยนกำลังของฝ่ายไทย มีการเปลี่ยนตัวแม่ทัพภาคทั้ง 2 ภาคที่รับผิดชอบชายแดนไทย-กัมพูชา และยังมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลด้วย จึงมีความอ่อนไหว และฝ่ายกัมพูชาก็หาจังหวะสร้างสถานการณ์ 

ขณะเดียวกัน ช่วงปลายเดือนตุลาคม จะมีการประชุมสุดยอดอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา โดยจะมีมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ และจีน เข้าร่วมด้วย จึงมีการประเมินกันว่า กัมพูชาอาจฉวยโอกาสสร้างสถานการณ์ในช่วงนี้ โดยเฉพาะที่บ้านหนองจาน แล้วโยนบาปให้ฝ่ายไทย นำไปร้องเรียนกับชาติมหาอำนาจช่วงที่มาประชุมสุดยอดอาเซียนพอดี ด้วยเหตุนี้ฝ่ายไทยจึงต้องระมัดระวังและรอบคอบเป็นพิเศษ 

โดยเฉพาะล่าสุด "ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์" ต้องการให้มีเวทีเจรจาและลงนามในข้อตกลงสันติภาพระหว่างไทยกับกัมพูชา เพื่อยุติความขัดแย้งและข้อพิพาททั้งหมดในเวทีประชุมสุดยอดอาเซียน เพื่อที่ "ประธานาธิบดีสหรัฐฯ" จะแสดงบทบาทเป็นคนกลาง และจะนำไปเป็นผลงานเพื่อสานฝันรางวัลโนเบลสันติภาพ

ท่าทีของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ถือเป็นตัวเร่งให้สถานการณ์อ่อนไหวกว่าที่คาดการณ์เอาไว้ ทำให้ฝ่ายไทยต้องยิ่งระมัดระวังไม่ให้ตกเป็นเหยื่อการสร้างข่าวปลอม หรือการแสดงตัวเป็น “เหยื่อ - ผู้ถูกกระทำ” ของฝ่ายกัมพูชา