พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ตอบว่า เรื่องดังกล่าวไม่ได้ยุ่งยาก ยึดหลัก "TOR ต้องไม่ขัดกฎหมาย สัญญาต้องไม่ขัด TOR" ทั้งนี้ ตาม TOR ข้อ 4 หมวดขอบเขตการดำเนินงานระบุว่า “ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินงานตามโครงการอย่างน้อย” การใช้ทั้งคำว่า “ต้อง” และคำว่า “อย่างน้อย” ในทางกฎหมายถือเป็นคำสั่งกำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำสุด ที่ภาคบังคับว่าไม่ทำไม่ได้ และมีความเด็ดขาดในตัวเอง
ซึ่งเรื่องการจัดทำจอดิจิทัลโฆษณาในร้านสะดวกซื้อ ถูกผูกมัดไว้ในขอบเขตงาน ข้อ 4.4.1 แบ่งเป็นข้อย่อย อาทิ “ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อจอดิจิทัล ภายในร้านสะดวกซื้อ ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด จำนวนไม่น้อยกว่า 1,500 สาขา รวมจำนวนจอไม่น้อยกว่า 6,000 จุด” และเป็นเงื่อนไขสำคัญในการอนุมัติจ่ายเงินตามเอกสารตารางการส่งมอบงาน งวดที่ 3 ในข้อ 3.2 "รายงานความก้าวหน้าการดำเนินการ ตามขอบเขตการดำเนินงาน ข้อ 4.4.1" ที่แตกย่อยไปควบคุมเรื่องการโฆษณาผ่านจอดิจิทัลในร้านสะดวกซื้อ 1,500 สาขา 6,000 จุดนั่นเอง
"ต้องพิจารณาว่าการกำหนดคุณลักษณะเฉพาะ หรือ TOR ให้กับผู้ขายรายใดรายหนึ่งหรือไม่ คือตรวจสอบได้จากผู้ยื่นข้อเสนอทั้ง 3 ราย ว่าได้เสนอผลิตภัณฑ์ในเรื่องการจัดทำโฆษณาอย่างไร เหมือนกันหรือไม่ และตรวจสัญญาเพราะ TOR ข้อ 3.12 เป็นสัญญาฉบับเดียว ตามที่สื่อมวลชนเสนอข่าวว่าสัญญาแยกเป็น 2 ฉบับ จึงไม่ได้เป็นไปตาม TOR ต้องเปรียบเทียบกับรูปแบบสัญญาจ้างที่กรมบัญชีกลางกำหนดและมีการส่งให้สำนักงานอัยการสูงสุดตรวจร่างสัญญาหรือไม่ ตาม พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ และมีการฮั้วการประมูลหรือไม่ และต้องตรวจสอบกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องเพื่อดูความสัมพันธ์ระหว่างกันหรือสมคบกันอย่างไร ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ" พ.ต.อ.ทวี กล่าว