กกต.ตั้ง 7 ขุนพล คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาด คดีฮั้ว สว.
25 ก.ย. 2568 | prisana_tha

ประธาน กกต.ตั้ง 7 ขุนพล คณะอนุกรรมการชี้ขาด คดีฮั้ว สว. ก่อนส่ง กกต.ใหญ่ฟัน เช็กโปรไฟล์ใครเป็นใคร แต่ละคนไม่ธรรมดา
การเมือง
25 ก.ย. 2568 | prisana_tha

ประธาน กกต.ตั้ง 7 ขุนพล คณะอนุกรรมการชี้ขาด คดีฮั้ว สว. ก่อนส่ง กกต.ใหญ่ฟัน เช็กโปรไฟล์ใครเป็นใคร แต่ละคนไม่ธรรมดา
จากกรณีคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง คณะที่ 26 คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ซึ่งรับผิดชอบ คดีฮั้ว สว. มีมติเห็นควรดำเนินคดีต่อผู้ถูกกล่าวหา จำนวน 229 ราย แบ่งเป็น สว. 138 คน , กรรมการบริหารพรรคการเมืองดัง และเครือข่าย 91 คน ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. มาตรา 70 ประกอบ มาตรา 36 มาตรา 62 มาตรา 76 และ มาตรา 77 (1)
ล่าสุด 25 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวอัปเดตคดีฮั้ว สว.ในส่วนของ กกต.ว่า เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2568 นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการรการเลือกตั้ง คำสั่งคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ 2633/2568 เรื่องแต่งตั้งคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ระบุว่า
ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ดำเนินการไต่สวนกรณีสำนวนการไต่สวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา สำนวนส่วนกลางที่ 87 เลขคดี สว. 10/2568 ซึ่งสำนวนดังกล่าวเป็นการกระทำความผิดที่มีความยุ่งยากขับซ้อน และมีบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดเป็นจำนวนจำนวนมาก นั้น
เพื่อให้การพิจารณาสำนวนดังกล่าวเป็นไปด้วยความรอบคอบและรวดเร็ว อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 มาตรา 37 ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้ง การพ้นจากตำแหน่ง วิธีปฏิบัติงาน และการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ บุคคล หรือคณะบุคคล พ.ศ. 2567 และระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการสืบสวน การไต่สวน และการวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ 5 ข้อ 74 และข้อ 75 จึงมีคำสั่ง ดังนี้
ข้อ 1 แต่งตั้งคณะอนุกรรมการวินิจฉัยขี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 มีรายชื่อต่อไปนี้
1.อนุชา จันทร์สุริยา ที่ปรึกษาประจำประธาน กกต.
2.อัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ที่ปรึกษาประจำกรรมการ กกต.
3.นันทศักดิ์ พูลสุข อดีตอธิบดีอัยการคดีพิเศษ มือทำคดียึดทรัพย์อดีตนายกฯทักษิณ อดีตโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด
4.เชาวนะ ไตรมาศ อดีตเลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญ
5.เดชา พฤกษ์พัฒนรักษ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
6.ธัชสกล พรหมจมาศ อดีตที่ปรึกษาประจำกรรมการการเลือกตั้ง
7.ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล รองเลขาธิการ ศอ.บต. อดีตรองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ
ข้อ 2 ให้บุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งตามข้อ 1 เลือกกันเองให้คนหนึ่งเป็นประธานอนุกรรมการ วินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง
ข้อ 3 ให้คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 มีหน้าที่และอำนาจพิจารณาสำนวนการไต่สวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา สำนวนส่วนกลางที่ 87 เลขคดี สว. 10/2568 ตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการสืบสวน การไต่ส่วน และการวินิจฉัยขี้ขาด พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
ข้อ 4 ในการปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งนี้ หากคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 เห็นว่ามีความจำเป็นจะต้องมีคณะทำงานเพื่อช่วยเหลือสนับสนุนในการปฏิบัติหน้าที่ ตามที่ได้รับมอบหมาย ให้คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 มีอำนาจเสนอรายชื่อบุคคลเพื่อให้คณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณาเห็นชอบแต่งตั้งบุคคลดังกล่าวเป็นคณะทำงาน
ข้อ 5 ให้คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ได้รับเบี้ยประชุม ในอัตราคณะอนุกรรมการวินิจฉัยคำร้องและปัญหาหรือข้อโต้แย้ง ตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยเบี้ยประชุมกรรมการ อนุกรรมการ หรือผู้ทำงาน พ.ศ. 2557 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยให้เบิกเบี้ยประชุมเป็นรายครั้ง ไม่เกินเดือนละ 8 ครั้ง
ทั้งนี้การแต่งตั้งคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 มาชี้ขาดสำนวนฮั้ว สว. ของ กกต.ชุดนี้ เป็นชุดที่รับสำนวนจากสำนักเลขาฯ กกต. ก่อนส่ง กกต.ชุดใหญ่ลงมติ โดยมีการตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการแต่งตั้งให้มาทำหน้าที่ในช่วงเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ จากพรรคสีแดง เป็นพรรคสีน้ำเงิน ทำให้ถูกจับตาว่าคณะอนุกรรมการฯชุดนี้จะมีทิศทางการลงมติแนวไหน
โดยแหล่งข่าวระดับสูงจากสำนักงาน กกต. เผยว่า จนถึงขณะนี้ สำนวนคดีฮั้ว สว.ทั้งหมด ที่มีการแจ้งข้อกล่าวหาผู้เกี่ยวข้อง 229 ราย ทั้ง สว.ปัจจุบัน กรรมการบริหารพรรคการเมือง สส. สมาชิกพรรคการเมือง และเครือข่ายที่เกี่ยวข้องนั้น ยังอยู่ในชั้นการพิจารณาของสำนักงานเลขาธิการ กกต.ทั้งหมด ซึ่งนับเป็นขั้นตอนที่ 2 จาก 4 ขั้นตอนในการพิจารณาสำนวนคดี โดยยังไม่มีสำนวนใดถูกส่งขึ้นมาที่อนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดฯ ที่จะกลั่นกรองสำนวนรอบสุดท้ายก่อนส่ง กกต.ชุดใหญ่ลงมติ ซึ่งนับเป็นขั้นตอนที่ 3 และ 4 เลยแม้แต่สำนวนเดียว
โดยมีรายงานว่า สำนักงานเลขาธิการ กกต. น่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 2 เดือน จึงจะสรุปสำนวนได้ทั้งหมดหรือส่วนใหญ่ โดยอาจมีบางส่วนส่งต่อไปขั้นตอนที่ 3 และมีบางส่วนสั่งสืบสวนหรือไต่สวนเพิ่ม รวมถึงอาจมีการตั้งข้อกล่าวหาเพิ่ม มีผู้ถูกแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มด้วยเช่นกัน
สำหรับอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดฯ ที่เพิ่งมีการแต่งตั้งมาพิจารณาสำนวนคดีฮั้ว สว. นั้น มีกระแสยืนยันจากคนใน กกต.ว่า หลายท่านมีความรู้ความสามารถ น่าเชื่อถือ และไม่มี “สี” ทางการเมืองแต่อย่างใด
ข่าวล่าสุด