นายนิพิฐ ได้เรียกร้องค่าเสียหายครอบคลุม 11 รายการหลัก ประกอบด้วย
1. ค่าสินไหมจากการเลิกจ้างไม่ชอบ จากการบอกเลิกจ้างโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
2. ค่าสินไหมทดแทนจากการที่ไม่ได้รับเงินสบทบตามระเบียบการจ้าง ของบริษัท สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)
3. ค่าสินไหมทดแทนจากอายุงานคงเหลือหากไม่ถูกใช้สิทธิโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายบอกเลิกจ้าง
4. ค่าสินไหมทดแทนจากการบอกเลิกจ้างโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายเป็นเหตุให้ นายนิพิฐ ไม่ได้รับเงินและประโยชน์ตอบแทนที่พึงจะได้รับ คือ เงินโบนัสประจำปี ซึ่งได้รับเป็นประจำทุก ๆ ปี ปีละไม่น้อยกว่าอัตราค่าจ้าง 6 เดือน
5. ค่าสินไหมทดแทนจากการบอกเลิกจ้าง โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายเป็นเหตุให้ นายนิพิฐ ได้เสียสิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่จะได้รับ ได้แก่ สิทธิในการรักษาพยาบาลรายปี , สิทธิในการใช้รถยนต์พาหนะ , สิทธิในการซื้อหุ้นในบริษัท เป็นต้น
6. ค่าสินไหมทดแทนจากการบอกเลิกจ้างโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายเป็นเหตุให้ นายนิพิฐ สูญเสียโอกาสได้รับการคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ของบริษัท สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)
7. ค่าสินไหมทดแทนจากการถูกใส่ความว่ากระทำทุจริตต่อหน้าที่ อาศัยความอันเป็นเท็จนั้นบอกเลิกจ้างโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายเป็นเหตุให้ นายนิพิฐ และวงศ์ตระกูลเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง
8. ค่าสินไหมทดแทนจากการถูกกลั่นแกล้งด้วยการนำความเท็จมากล่าวหาและส่งเรื่องให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ดำเนินคดีอาญาเป็นเหตุให้ นายนิพิฐ ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดีและว่าจ้างทนายความแก้ต่างมากกว่า 10 ปี
9. ค่าสินไหมทดแทนจากการถูกกลั่นแกล้งด้วยการนำคดีมาฟ้องต่อศาลแพ่ง เป็นคดีหมายเลขดำที่ พ.1751/2558 ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดีและว่าจ้างทนายความแก้ต่างมากกว่า 10 ปี
10. ค่าสินไหมทดแทนจากการสูญเสียโอกาสในการทำงานอย่างสิ้นเชิง ไม่สามารถประกอบกิจการใดๆ หรือสมัครเข้าทำงานใดๆ ได้เพราะเป็นผู้มีประวัติถูกเลิกจ้างในความผิดอย่างร้ายแรง อันเป็นผลโดยตรงจากการจงใจกระทำละเมิด
11. ค่าเสียหายเบ็ดเตล็ดในส่วนอื่นๆ รวมเป็นจำนวนเงินค่าชดเชยและค่าสินไหมทดแทนทั้งสิ้น 500,000,000 บาท (ห้าร้อยล้านบาทถ้วน) กำหนดเวลา 15 วัน
ทนายความระบุในโนติสว่า หากไม่ได้รับเงินชดเชยจำนวน 500 ล้านบาท ภายใน 15 วัน นับแต่ได้รับหนังสือ จะดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและทางอาญาอย่างเด็ดขาด