เนชั่นทีวี

ข่าว

“นิพิฐ”ยื่นป.ป.ช.สอบ 2 กรรมการช่วยพวกพ้นผิดคดีปาล์มอินโดฯ

09 ธ.ค. 2565 | thanita_boo

“นิพิฐ”ยื่นป.ป.ช.สอบ 2 กรรมการช่วยพวกพ้นผิดคดีปาล์มอินโดฯ

“นิพิฐ”ยื่นป.ป.ช. สอบ 2 กรรมการทำผิดกฎหมายอาญา ฐานปกปิด-ซ่อนเร้นพยานหลักฐานสำคัญ เพื่อช่วยพรรคพวกไม่ต้องรับโทษปมคดีปาล์มอินโดฯ

9 ธันวาคม 2565 นายนิพิฐ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้ถูกกล่าวหาและผู้เสียหายในคดีปลูกปาล์มที่ประเทศอินโดนีเซีย ได้ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ตรวจสอบและตั้งคณะกรรมการสอบสวน กรรมการ ป.ป.ช. บางคน ที่ได้แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม เพื่อช่วยเหลือพรรคพวกไม่ให้ได้รับโทษ พร้อมทั้งขอให้สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที 


นายนิพิฐ กล่าวว่า วันนี้ (9ธ.ค.) ได้นำส่งพยานหลักฐานสำคัญต่อกรรมการ ป.ป.ช. รายบุคคล อาทิ เอกสารทางราชการของประเทศอินโดนีเซีย ที่บังคับใช้ทั่วราชอาณาจักร และราคาประเมินสวนปาล์ม โดยบริษัทประเมินที่จดทะเบียน ซึ่งแสดงให้เห็นอย่างปราศจากข้อสงสัย ว่าตนเข้าร่วมลงทุนในโครงการในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาดไม่มีความเสียหายใด แต่ความเสียหายเกิดจากการขายในราคาที่ต่ำกว่าท้องตลาด 

นอกจากนี้ ยังมีการบิดเบือนข้อเท็จจริง โดยมี 2 บริษัท  ได้ประเมินราคาทุกโครงการถูกต้องก่อนการขายแล้ว แต่ทั้ง 2 บริษัท ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากไม่ได้เป็นบริษัทประเมินราคาสวนปาล์ม และไม่ได้จดทะเบียนบริษัทประเมินสวนปาล์มที่อยู่ในรายการ (list) ของ KJPP (Kantor Jasa Penilai Publik) ซึ่งถูกกำกับโดยธนาคารชาติอินโดนีเซีย โดยกระทรวงการคลังอินโดนีเซีย และไม่ได้จดทะเบียนอยู่ภายใต้ OJK และไม่มีใบอนุญาต STTD การประเมินจึงเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย  


“การที่ทั้ง 2 บริษัท ซึ่งไม่ใช่บริษัทประเมินทรัพย์สินมาช่วยประเมินทำให้ราคาถูกกว่าท้องตลาดอย่างมาก เพื่อสร้างสถานการณ์ให้ บริษัท ปตท.กรีนเอ็นเนอร์ยี่ จำกัด และบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ได้รับความเสียหายอย่างมหาศาล โดยทั้ง 2 บริษัท ไม่มีคุณสมบัติเป็น KJPP ไม่ได้จดทะเบียนภายใต้ OJK และไม่มีใบอนุญาตประเมิน STTD ตามกฎหมายอินโดนีเซีย แต่กรรมการป.ป.ช.บางคนกลับนำผลประเมินของ 2 บริษัทนี้ มาบิดเบือนว่าเป็นการประเมินที่ถูกต้อง เพื่อช่วยเหลือกลุ่มผู้กระทำความผิดและสร้างความเสียหายให้กับบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) และบริษัท ปตท.กรีนเอ็นเนอร์ยี่ จำกัด” นายนิพิฐ กล่าว


ขณะเดียวกัน มีหลักฐานว่า กรรมการ ป.ป.ช. บางคน ซึ่งผู้รับผิดชอบสำนวนคดีนี้ มีความสัมพันธ์กับผู้ถูกกล่าวหา เนื่องจากเป็นเพื่อนร่วมรุ่นการอบรมหลักสูตรผู้บริหารระดับสูง สถาบันวิทยาการตลาดทุน รุ่นที่ 8 อันเป็นเหตุของการช่วยเหลือกัน ซึ่งคดีปาล์มอินโดฯ จนถึงวันนี้ผ่านไปเกือบ 10 ปี ยังไม่ได้ข้อสรุป เพราะมีการเอื้อประโยชน์ให้กับคนบางกลุ่มที่มีความสนิทสนมกับ ป.ป.ช. ซึ่งตนได้ชี้แจงข้อเท็จจริงและส่งข้อมูลการทุจริต และพยานหลักฐานทุกอย่างแล้ว 

นอกจากนี้ ตนได้รวบรวมพยานหลักฐานยื่นฟ้องกลุ่มที่ร่วมกันกระทำทุจริต ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ ปตท. และ ปตท. กรีนเอ็นเนอร์ยี่ ในโครงการปลูกปาล์มอินโดฯ ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เมื่อปี 2560 รวมทั้งสิ้น 6 คดี เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าว ทำให้ ปตท. ต้องเสียหาย ไม่ใช่ตน 

 

“แต่มี กรรมการ ป.ป.ช. บางคน เป็นผู้รับผิดชอบสำนวนได้มีหนังสือถึงศาล อ้างว่าเรื่องดังกล่าวอยู่ในระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. จนเป็นเหตุให้ศาลสั่งจำหน่ายคดีทั้งหมด เพื่อรอผลการไต่สวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช. จนกระทั่งปัจจุบันคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ได้เริ่มลงมือไต่สวนข้อเท็จจริงในประเด็นที่ผมได้กล่าวหา และยื่นฟ้องทั้ง 6 คดีแต่อย่างใด ตรงกันข้ามกับผม กลับมีความพยายามเร่งสรุปชี้มูลคดี ซึ่งหากมีการละเว้นปล่อยปละละเลยไม่ดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลผู้ที่ทำให้ ปตท. และ ปตท. กรีนเอ็นเนอร์ยี่ ได้รับความเสียหาย ผมจะฟ้องสำนักงานป.ป.ช.และผู้ที่เกี่ยวข้องเรียกค่าเสียหาย 2 หมื่นล้านบาท”


อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้เป็นสาเหตุที่ตนกล่าวหา และคัดค้านกรรมการป.ป.ช. บางคน ที่เป็นผู้รับผิดชอบสำนวนคดีนี้ เพราะมีการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ช่วยเหลือพรรคพวก ไม่ให้ได้รับโทษ และกลั่นแกล้งตนให้ได้รับโทษ โดยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 , 200  และมีความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบ (พ.ร.ป.) รัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา  172, 177, 180, 183 พร้อมทั้งคัดค้านให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที 


“หากเจ้าพนักงานของรัฐเลือกปฏิบัติเพื่อช่วยเหลือพวกพ้องตนเองและโยนความผิดให้แก่ผู้อื่น กลุ่มบุคคลดังกล่าวไม่สมควรปฏิบัติหน้าที่แม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว”

ข่าวล่าสุด