จากนั้นวันที่21 ส.ค. ศาลรัฐธรรมนูญเรียก“เเพทองธาร ชินวัตร” สร.1เเละรมว.วัฒนธรรม ไปเพื่อไต่สวน "คดีคลิปเสียง" สนทนากับสมเด็จฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ก่อนที่ศาลจะนัดอ่านคำวินิจฉัยวันที่ 29 สิงหาคม ว่าเเพทองธารจะได้ไปต่อหรือจอดป้ายนี้บนเวทีการเมือง...เเละใครจะเป็นสร.1คนใหม่หากประมุขฝ่ายบริหารคนทึ่ 31 อาจอำลาตำเเหน่ง....
เเละวันที่ 22 สิงหาคม เวลา 10.00 น.ศาลอาญา อ่านคำพิพากษาคดีทึ่”ทักษิณ ชินวัตร“เป็นจำเลยในความผิดฐานดูหมิ่นสถาบันตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ กรณีนายทักษิณได้ให้สัมภาษณ์สื่อทีวีต่างประเทศของเกาหลีใต้ พาดพิงดูหมิ่นสถาบัน เมื่อปี 2558 จากนั้นวันที่9ก.ย.ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำสั่งให้“สทร.-เสมียนประเทศ”มาฟังคำสั่ง "คดีชั้น 14 รพ.ตำรวจ" ว่าใครจะผิด/ใครจะถูก เเละทักษิณจะได้รับผลกระทบจากคดีนี้หรือไม่..
จากนั้นจับตาการเลือกตั้งซ่อมสส.เชียงราย เขต7ในวันที่ 14 กันยายน บนภาวะสถานการณ์ศึกชายแดนไทย-กัมพูชาว่า จะกระทบเรตติ้งค่ายสีเเดงในภาคเหนือที่นับว่าเคยเป็นฐานคะเเนนใหญ่ของค่ายสีเเดงตั้งเเต่ปี2544 เเต่ผลการเลือกตั้งปี 2562เเละ 2566 ชี้เเล้วว่าเรตติ้งของค่ายสีเเดงพ่ายพรรคสีส้มในหลายเขตเเละงานนี้ค่ายสีเเดงจะรักษาพื้นที่ได้หรือไม่ เพราะผลงาน/นโยบายของพรรคหลายชิ้นไม่ตรงปก!?!
ส่วนคดีฮั้วสว.ที่มีข่าวว่าจะเรียก 1,200 คน มาให้ข้อมูลเเละสอบสวนนั้น เแปลว่ายังอีกไกลกว่าจะถึงบทสรุป ด้านคดีเขากระโดง5,083ไร่ที่รัฐบาลจะเพิกถอนโฉนดเเละเช็กบิลบางคนนั้นทำท่าจะยาวเพราะรฟท.กับกรมที่ดินยังฟัดกันไม่จบกับเอกสารทางราชการ/คำพิพากษาของกระบวนการยุติธรรม/ข้อกฎหมาย
เเละคดีครม.เศรษฐา ทวีสิน+เเพทองธาร ชินวัตร ประเด็นการตัดงบชําระหนี้ให้ธนาคารรัฐในปีงบประมาณ 2568 (หนี้มาตรา 28 วงเงิน 35,000 ล้านบาท )โดยโยกไปใส่ไว้ในงบกลาง เพื่ออาจจะนำไปใช้ในโครงการแจกเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ตที่เป็นนโยบายเรือธงของพรรคเพื่อไทยช่วงหาเสียงปี2566 ว่า อาจขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา144อาจส่งผลให้ สส.เเละสว.รวมทั้งครม.ที่ร่วมโหวตผ่านงบประมาณปี 2568 ในวาระ 2 และวาระ 3 หลุดจากตำแหน่ง
อีกทั้ง งบภัยแล้งและฝนทิ้งช่วง ปี 2568 ที่นับเป็นระเบิดเวลาที่น่ากลัวกับค่ายสีเเดง เพราะมีการยื่นป.ป.ช.เช็กบิล ผู้ถูกร้องคือ “ประเสริฐ จันทรรวงทอง”รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะในฐานะกำกับดูแลสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ โดยมีการจัดสรรงบประมาณแก้ไขปัญหาภัยแล้งวงเงินราว 51,584 ล้านบาท ให้ สส.พรรคเพื่อไทย คนละ 50 ล้านบาทไปใช้ลงพื้นที่ ถือเป็นการขัดต่อมาตรา 144 ของรัฐธรรมนูญ โดยมีการระบุถึงชื่อของคนในพรรคเพื่อไทย/ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ
ทั้งหลายทั้งปวงในข้างต้นเชื่อมโยงอนาคตการเมืองจากนี้เเบบเลี่ยงไม่ได้ เเละกูรูหลายคนชี้เเล้วว่าปลายปีนี้/ต้นปีหน้าวี่เเววยุบสภาสูงยิ่ง ดังนั้นควรจับตาว่าสส.พรรคเพื่อไทยคนใดจะย้ายค่ายบ้างเพราะกระเเสพรรคงวดนี้ตกกราวเเบบไม่เคยเกิดชึ้นมาก่อนเเละพรรคร่วมรัฐบาลจะยืนฝั่งไหน หรือดูสถานการณ์สองพ่อลูกครอบครัวชินวัตรกันก่อนเเล้วค่อยขยับจังหวะ...