ด้าน นายภราดร ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ประท้วงว่า เมื่อมี 2 ญัตติเสนอขึ้นมา ประธานการประชุม จะต้องตรวจสอบองค์ประชุม ก่อนที่จะมีการลงมติให้ที่ประชุมเลือกว่า จะนับองค์ประชุมแบบกดบัตร หรือขานรายชื่อก่อน ซึ่งไม่ว่าอย่างไร ก็จะต้องนับองค์ประชุมก่อน ก่อนที่จะถามทั้ง 2 ญัตติ
ก่อนที่ นายฉลาด จะใช้อำนาจประธานการประชุม ให้ที่ประชุมนับองค์ประชุมแบบขานรายชื่อรายบุคคล ซึ่งทำให้นายภราดร ประท้วงให้ประธานการประชุมฯ อ่านข้อบังคับการประชุมที่วางอยู่บนบัลลังก์ และย้ำว่า ก่อนที่จะมีการลงมติให้ที่ประชุมเลือกว่า จะนับองค์ประชุมแบบกดบัตร หรือขานรายชื่อก่อน ซึ่งไม่ว่าอย่างไร ก็จะต้องนับองค์ประชุมก่อน ก่อนที่จะถามทั้ง 2 ญัตติ ตามข้อบังคับการประชุม
นายฉลาด ชี้แจงว่า นายวัชระพล ยังไม่ได้มีการเสนอญัตติ ดังนั้น จึงย้ำให้มีการนับองค์ประชุมแบบขานชื่อ ทำให้นายภราดร ประท้วงอีกครั้ง พร้อมขอให้นายฉลาด ไปย้อนดูบันทึกวิดีโอการประชุม
ด้าน นายวัชระพล ได้ลุกขึ้นตำหนินายภราดร ในฐานะอดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ไม่ได้อ่านข้อบังคับการประชุมมาก่อน ที่กำหนดให้อำนาจประธานการประชุม สามารถกำหนดวิธีตรวจสอบองค์ประชุมได้ และการขอนับองค์ประชุม ไม่ใช่ญัตติ ก่อนที่นายภราดร จะไล่นายวัชระพล ไปเรียนมาใหม่ เพราะข้อบังคับประชุม ระบุ ประธานมีอำนาจในการกำหนดรูปแบบการนับองค์ประชุม กรณีที่ไม่มีผู้เสนอ แต่ในกรณีนี้ มีผู้เสนอญัตตินับองค์ประชุมมาแล้ว ดังนั้น นายวัชระพล ต้องไปเรียนมาใหม่
นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สส.สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ได้เสนอให้ประธานการประชุม สั่งปิดประตูห้องประชุม ก่อนนับองค์ประชุม และให้เจ้าหน้าที่เดินนับองค์ประชุม เพื่อให้ทราบข้อเท็จจริง และสภาฯ จะมีประสิทธิภาพมากกว่านี้
ขณะที่ นายฉลาด ยังคงยืนยันจะให้มีการตรวจสอบองค์ประชุมแบบขานรายชื่อ ทำให้นายภราดร ยังคงประท้วงว่า ประธานการประชุม จะใช้อำนาจตามข้อบังคับการประชุมข้อที่ 32 ไม่ได้ และจะต้องถามมติจากที่ประชุมก่อนว่า จะลงมติตรวจสอบองค์ประชุมแบบขานชื่อ หรือกดบัตร ดังนั้น จะต้องแสดงตนก่อน แต่หากจะวินิจฉัยเช่นนี้ คนขอวอล์กเอาท์ออกจากที่ประชุม
ด้าน นายวิสุทธิ์ เห็นว่า หากผู้เสนอนับองค์ประชุม ไม่อยู่ในที่ประชุมแล้ว ก็ขอให้ดำเนินการตามระเบียบวาระ ในการเลือกตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ต่อไป
ก่อนที่ นายกรวีร์ ได้ลุกขึ้น ยืนยันว่า ตนเองยังอยู่หลังห้องประชุม จึงงงว่า จะบอกว่า ตนไม่อยู่ได้อย่างไร ทั้งที่ตนเป็นผู้เสนอญัตติ และรอแสดงตนอยู่
ทั้งนี้ ภายหลังการนับองค์ประชุมแบบขานชื่อ ปรากฏว่า มีองค์ประชุมที่แสดงตนทั้งสิ้น 248 คน จากทั้งหมด 492 คน มากกว่าองค์ประชุมครึ่งหนึ่งอยู่ 2 คน จึงถือว่า ครบองค์ประชุม โดยที่ สส.ฝ่ายค้าน ไม่ได้ร่วมแสดงตนเป็นองค์ประชุมด้วย