โดยครั้งนี้ รัฐบาลต้องการผลักดันการแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งเป็นวาระแห่งชาติ ให้เป็นวาระจังหวัด อำเภอและชุมชนทั่วประเทศ ผ่านการปฎิบัติการ "No Drugs No Dealers" ผนึกกำลังชุมชนปลอดยาเสพติด โดยมีเป้าหมายและตัวชี้วัดว่าภายใน 3 เดือนนี้ หมู่บ้านและชุมชนที่มีปัญหายาเสพติดจะต้องหมดไป หมู่บ้านและชุมชนปลอดยาเสพติดไม่มีผู้ค้าและผู้เสพต่อไป ขอเน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนโดยเฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บังคับการตำรวจ และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด จับมือกันร่วมกันทำงานป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติดให้เห็นเป็นรูปธรรมชัดเจน โดยจะต้องมีการประสานแลกเปลี่ยนข้อมูลและการจัดกำลัง เพื่อสนับสนุนภารกิจซึ่งกันและกัน โดยผู้ว่าราชการจังหวัดจะต้องเป็น ผู้ว่าฯซีโอ จะต้องเป็นเจ้าภาพในการจัดการบริหารการแก้ไขปัญหา บนข้อมูลและสถานการณ์จริง
ผู้ว่าฯ ต้องรู้พื้นที่ ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การทำงานให้มีเอกภาพ และประสิทธิภาพสูงสุด ต้องเข้าใจและเข้าถึงประชาชนระดับจังหวัดถึงหมู่บ้าน โดยให้กำนันผู้ใหญ่บ้านเข้ามามีส่วนร่วม รวมถึง ชรบ. 6-7 แสนคน ร่วมเอกซเรย์เฝ้าระวังตรวจตราและเอ็กซเรย์ทุกพื้นที่ โดยเฉพาะสถานบันเทิงหากพบผู้เสพยาต้องนำเข้าสู่กระบวนการบำบัดฟื้นฟู เพราะคนเหล่านี้รู้ข้อมูลในชุมชนของตัวเอง ซึ่งจะรวมพลังเป็นตาสับปะรด เอ็กซเรย์ตามความหมายที่ ป.ป.ส. ตั้งไว้ นอกจากนี้ต้องนำกลไกการปกครองมาใช้ในพื้นที่เพื่อขยายผลไปสู่ผู้ค้ายาเสพติดและ นำตัวมาดำเนินการตามกฏหมาย ต่อยอดสู่การทำลายเครือข่ายยาเสพติดทั้งระบบ โดยเฉพาะผู้ค้ารายใหญ่
สำหรับการบำบัดบำบัดรักษาและฟื้นฟู ขอให้ทางจังหวัดให้ความสำคัญกับสถานฟื้นฟู เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตในสังคม โดยไม่กลับมาใช้ยาเสพติดซ้ำอีก โดยให้ร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
นายภูมิธรรม กล่าวต่อว่า เราอยากให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหายาเสพติด หากให้คิดว่าถ้าเป็นครอบครัว ลูกหลาน เราติดยาเสพติดจนกลายเป็นอาชญากร ตนเชื่อมั่นว่าสามารถแก้ไขปัญหาได้ แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าเราทำอย่างจริงจังหรือไม่
“ปกติผมอยากให้กำลังใจคนทำงาน แต่หลายคนกล้าหาญกระทำความผิดโดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย เราต้องควบคุมพวกเรากันเอง หากพบว่าเจ้าหน้าที่นิ่งเฉย ทั้งระดับผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ บังคับการตำรวจภูธร นายอำเภอ กำนันผู้ใหญ่บ้าน ถ้าไม่รักประเทศชาติแล้วเราจะจะอยู่กันอย่างไร”
นายภูมิธรรม ได้เน้นย้ำว่า หากไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้จะย้ายผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด นายอำเภอและผู้กำกับ จะย้ายออกจากพื้นที่ทันที แล้วถูกดำเนินคดี โดยไม่ต้องรอให้มีกระบวนการต่างๆเกิดขึ้น เพราะเรามีตัวชี้วัดและการข่าวอยู่แล้ว
วันนี้ไม่ใช่เรื่องการข่มขู่ แต่อยากจะบอกว่าถ้าเราไม่ใช้กำปั้นเหล็กในการจัดการปัญหา เราทำทั้งถุงมือกำมะหยี่และกำปั้นเหล็ก ถ้าคนทำดีเราให้คุณตอบแทน ให้สามารถทำหน้าที่ได้ดียิ่งขึ้น แต่ใครที่มีส่วนร่วม ได้รับผลประโยชน์และเกิดปัญหา เราจะจัดการทันทีโดยเบื้องต้นคือการย้ายออกจากพื้นที่ วันนี้ที่เชิญมาคุยกันก็คืออยากจะขอความร่วมมือให้ช่วยกันแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง ผมไม่เชื่อว่าพลังของหน่วยราชการทั้งหมดและคนไทยทั้งหมดจะไม่สามารถแก้ไขปัญหายาเสพติดได้ แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าเราเอาจริงหรือไม่ และกล้าดำเนินการอย่างจริงจังหรือไม่เพราะวันนี้ถึงเวลาแล้ว ปัญหากระทบมากจึงต้องมีการนำมาแก้ไขปัญหา“
สำหรับผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้การจังหวัด ที่กำลังจะเกษียณราชการ หรือไม่เกษียณราชการ และมีผลประโยชน์เป็นอุปสรรคในการทำงาน ซึ่งเราพบอยู่ในหลายจังหวัด ตนในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะลงพื้นที่ตรวจราชการ หากเจอปัญหาหรือแหล่งยาเสพติด ตนย้ายเลยทุกระดับ อย่างน้อย 3 เดือน ต้องเห็นการเปลี่ยนแปลง
ในช่วงเดือนกรกฎาคม – สิงหาคม เป็นวาระสำคัญของพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่าที่จะได้ร่วมกันเฉลิมพระเกียรติในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วันที่ 28 กรกฎาคม 2568 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง วันที่ 12 สิงหาคม 2568 เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดี และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่ทั้งสองพระองค์ทรงห่วงใย และทรงเอาพระราชหฤทัยใส่ในเรื่องการแก้ไขปัญหายาเสพติดมาโดยตลอด