ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และ ฐานเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎหมาย หรือคำสั่ง ซึ่งได้สั่งเพื่อบังคับการให้เป็นไปตามกฎหมาย ไม่ดำเนินการป้องกัน หรือขัดขวางมิให้การเป็นไปตามกฎหมาย หรือคำสั่งตามคำพิพากษาของศาลนั้น เพื่อให้เกิดความเสียหายกับที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย โดยไม่ดำเนินการพิจารณาเพิกถอนเอกสารสิทธิ ที่ดินรถไฟบริเวณเขากระโดง อ.เมืองบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์ ที่ออกโดยคลาดเคลื่อน หรือ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายที่ดิน
เรียน เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปละปราปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
อ้างถึง ๑.หนังสือที่ สร.รฟท.๑๒๕/๒๕๖๘ ลงวันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๖๘
๒.หนังสือที่ ตช. ๐๐๖๖๖(๑๐)๓/๖๙๔ ลงวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘
๓.สำเนาหนังสือรับเรื่องเลขที่ ๑๖๘๕ ลงวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘
๔.พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.ศ.๒๕๖๓ มาตรา ๖๑
ด้วยสหภาพแรงงานรัฐวิสาห์กิจรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.รฟท.) จัดตั้งขึ้นโตยมีวัตถุประสงค์ตาม พระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๔๐ (๔) และตามข้อบังคับของสหภาพฯ ข้อ ๖ (๖) ในการดำเนินการให้ความร่วมมือในการสร้างประสิทธิภาพและรักษาผลประโยชน์ของรัฐวิสาหกิจ
ได้ดำเนินการร้องทุกข์หรือกล่าวโทษ นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน กับคณะกรรมการสอบสวน ตามความในมาตรา ๖๑ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ตามคำสั่งอธิบดีกรมที่ดินที่ ๑๑๙๕-๑๓๙๖ / ๒๕๒๕๖๖ ลงวันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๖๖ รวม ๑๒ คน
ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิ ชอบ และฐานเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎหมาย หรือคำสั่ง ตามคำพิพากษาของศาล ซึ่งได้สั่งเพื่อบังคับการให้เป็นไปตามกฎหมาย ป้องกัน หรือขัดขวางมิให้การเป็นไปตามกฎหมาย หรือ คำสั่งตามคำพิพากษาของศาลนั้น
เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ที่ดินของการถไฟแห่งประเทศไทศไทยอันเป็น สาธารณะสมบัติของแผ่นดิน โดยไม่ดำเนินการพิจารณาเพิกถอนเอกสารสิทธิ บริเวณที่ดินรถไฟเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ ที่ออกโดยคลาดเคลื่อน หรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายที่ดิน เนื้อหารายละเอียด ตามหนังสือที่ สร.รฟท.๑๒๕/๒๕๖๘ ลงวันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๖๘ (ตามอ้างถึง ๑)
ต่อมาพนักงานสอบสอบสวนกองบังคับการกองปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ซึ่งพนักงานสอบสวนได้รวบรวม พยานหลักฐานเบื้องต้น
และได้ส่งสำนวนการสอบสวนไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตามหนังสือที่ ตช. ๐๐๖๖๒๐)๓/๖๔๔ ลงวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖๘ (อ้างถึง ๒) และ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักบริหารงานกลาง) ได้รับเรื่องตาม หนังสือรับเรื่องเลขที่ ๑๖๘๕ ลงวันที่ ๒๑ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ (ตามถึง ๓) นั้น
สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย ได้ติดตามเรื่องดังกล่าวมาโดยตลอย่างใกล้ชิด ทราบข้อมูลว่าปัจจุบันเรื่องดังกล่าวอยู่ในชั้นตอนการพิจารณาดำเนินการของสำนักงาน ป.ป.ช.เป็นไปตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.๒๕๖๓ มาตรา ๖๓ (ตามอ้างถึง ๔ )
โดยกรณีข้างต้นเป็นเรื่องสำคัญที่เกี่ยวข้องกับกรรมสิทธิ์ ในที่ดินบริเวณทางแยกเขากระโดง หมายเลขแดงที่ ๕๕๒/๒๕๖๖๖ ลงวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๖๖๖
ซึ่งข้อเท็จจริงปรากฏอยู่ในคำพิพากษาว่า... "ที่ดินบริเวณทางแยกเขากระโดง ต.อิสาณ อ.เมืองบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์ เป็นกรรมสิทธิ์ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ที่ได้มาตามพระราชบัญญัติจัดวางการรถไฟแลทางหลวง พระพุทธศักราช ๒๔๖๔ และถือเป็นที่ดินของรัฐ ประเภทหนึ่ง
กรมที่ดินจึงมีหน้าที่ในการคุ้มครองและป้องกันที่ดินบริเวณดังกล่าวตามที่กำหนดในกฎกระทราง แบ่งส่วนราชการกรมที่ดินกระทรวงมหาดไทย พ.ศ.๒๕๕๗" ตามความละเอียดข้างต้น สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.รฟท.)
จึงขอทราบ ข้อมูลความคืบหน้าในการดำเนินการของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในเรื่องดังกล่าวและขอให้พิจารณาเรื่องโดยเร่งด่วน เพื่อเป็นการปกป้อง คุ้มครอง ป้องกันที่ดินอันเป็นสาธารณ สมบัติของแผ่นดิน หรือเป็นทรัพย์สินของแผ่นดินต่อไป ซึ่งผลเป็นประการใดโปรดแจ้งความคืบหน้าให้ สร.รฟท.ทราบด้วยจักเป็นคุณยิ่ง