โดย น.ส.ณัฐสินี เปิดเผยกับสื่อมวลชนที่อาคารรัฐสภา เกี่ยวกับกรณีที่ถูกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ล่วงละเมิดทางเพศ โดยบอกว่า ส่วนตัวเคยรู้จักและคบหาพูดคุยกับ สว. รายนี้มาก่อน แต่เลิกรากันไปเมื่อปี 2567 เพราะมีเหตุการณ์ร้ายแรงบางอย่างเกิดขึ้น ทำให้ต้องหยุดการพูดคุยและไม่ได้คบหากันในเชิงคู่รัก รวมถึงไม่สามารถกลับมาคืนดีกันอีกได้
แต่ด้วยลักษณะการทำงาน แม้จะไม่ได้ทำงานอยู่ในคณะกรรมธิการเดียวกัน แต่ต้องพบเจอกันในห้องประชุมเป็นบางครั้ง จึงต้องรักษามารยาทในการทำงาน รวมถึงปกติก็จะมีการส่งข้อความไปอวยพรวันเกิด สว. ทุกคนอยู่แล้ว
เมื่อใกล้ถึงวันเกิดของ สว.1 รายนี้ จึงได้ส่งข้อความไปอวยพรด้วยเช่นกัน ทำให้เกิดเป็นจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ขึ้น โดยเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคมที่ผ่านมา สว. รายนี้ได้ส่งข้อความกลับมาชักชวนไปรับประทานอาหาร ซึ่งตัวเองก็ตอบตกลง เพราะมองว่าควรผูกมิตรดีกว่ามีศัตรู แต่เพื่อความปลอดภัย จึงไม่ได้ไปในช่วงดึก และเปลี่ยนเป็นขอเลี้ยงขนมที่ร้าน ชื่อดังแถวถนนบรรทัดทองแทน ยืนยันไม่มีการดื่มแอลกอฮอล์ และมื้อนั้นตนเองเป็นคนคนจ่ายค่าขนม
หลังรับประทานขนมเสร็จสิ้น สว. คนดังกล่าวได้ขอไปส่งที่บ้าน โดยระหว่างทางก็มีพฤติกรรมพยายามจะขอคืนดี แต่ตนปฏิเสธ และเมื่อไปถึงบ้าน ขณะกำลังจะลงจากรถ อยู่ๆ สว. ก็ได้ดึงแขนตนเองและล็อกตัวไม่ให้ลงจากรถ ก่อนจะพาไปที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง และมีการใช้นิ้วสอดใส่
ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุยังไม่เคยได้รับการติดต่อจากคู่กรณีและไม่ขอเจรจา ไกล่เกลี่ยใดๆ ทั้งสิ้น รวมถึงไม่ขอเปิดเผยชื่อหรือตัวอักษรย่อของ สว. คนดังกล่าวด้วย
ทั้งนี้ สาเหตุที่พึ่งมาเปิดเผยรายละเอียดและร้องเรียน เพราะ การแจ้งความร้องทุกข์ผู้ใหญ่จะต้องมีการรวบรวมพยานหลักฐานและทำให้รัดกุมที่สุดไม่สามารถยื่นเรื่องลอยๆได้เพราะ สว.เป็นผู้ทรงคุณวุฒิการจะทำต้องมีหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์สนับสนุน
ส่วนความคืบหน้าทางคดีนั้นเบื้องต้นได้ไปแจ้งความไว้แล้วที่ สน.เตาปูน แต่ไม่ขอก้าวก่ายกระบวนการทางตำรวจ เพราะอยู่ในระหว่างขั้นตอนการรวบรวมพยานหลักฐานส่งอัยการ
ด้าน นายรดิศทัต ประภานนท์ ทนายความ บอกว่า จุดประสงค์ที่มาวันนี้เพื่อมายื่นสอบจริยธรรมและเป็นกระบอกเสียงให้กับผู้หญิง ที่ถูกกระทำ ซึ่งในหนังสือที่ยื่นจะมีรายละเอียดทั้งชื่อ และตำแหน่งของวุฒิสมาชิก รวมถึงมีพยานหลักฐานครบถ้วนแน่นหนา เนื่องจากผิดข้อบังคับจริยธรรมของวุฒิสมาชิก ข้อที่ 21 เรื่องของการกระทำอนาจาร ล่วงละเมิดทางเพศ
จากนั้นยังไม่ทันแถลงข่าวเสร็จ น.ส.ณัฐสินี มีอาการคล้ายเป็นลมครั้งที่ 2 กลางวงสัมภาษณ์ เจ้าหน้าที่พยาบาลจึงนำรถเข็นมารับตัว เข้าปฐมพยาบาลเบื้องต้น พร้อมยืนยันว่า มีหลักฐานในแฟลชไดรฟ์ เป็น 3 คลิป ในตึกที่เกิดเหตุ
เมื่อถามว่ากังวลไหม เพราะเป็น สว.
น.ส.ณัฐสินี ระบุว่า สั้น ๆ ว่า ตนอยากเป็นกำลังใจให้เหยื่อทุกคนที่เหมือนกับตน
ส่วนมีการติดต่อมาหรือไม่
น.ส.ณัฐสินี เผยว่า ตนไม่ทราบ แค่ก่อนหน้านี้มีติดต่อเข้ามา และในวันเกิดเหตุอยู่ในห้องเกิน 30 นาที จนตัวเองป่วยเป็นโรค PTSD ส่วนพฤติกรรมนี้ ตนไม่ทราบว่าไปทำกับคนอื่นอีกหรือไม่
สำหรับคดี ขณะนี่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังสรุปสำนวนส่งฟ้องอัยการ เบื้องต้นมองว่ายังไม่ล่าช้า ตำรวจให้ความร่วมมืออย่างดี
สำหรับพฤติกรรมชอบดื่มจนเมา ตนไม่ทราบ และคิดว่าเป็นการกระทำดูถูกดูหมิ่นศักดิ์ศรีลูกผู้หญิง ไม่มีใครควรโดนแบบนี้ไม่ว่าจะเป็นผู้มีจำแหน่งหรือไม่มี
ผู้สื่อข่าวขออนุญาตถามถึงประเด็นที่ถูกล่วงละเมินในคืนนั้น
น.ส.ณัฐสินี ระบุว่า มีการใช้นิ้วสอดใส่เข้าไปข้างใน