ส่วนการทำแผนที่ได้มีการตกลงกันถึงการใช้แผนที่ 1 ต่อ 200,000 หรือ 1 ต่อ 50,000 หรือไม่นั้น นายประศาสน์ ยืนยันว่า กระแสข่าวแผนที่ 1 ต่อ 200,000 ตนไม่มีการพูดเลย และจัดทำเขตแดนที่พูดถึงนี้ ไม่เกี่ยวข้องกับแผนที่ 1 ต่อ 200,000 หรือ 1 ต่อ 50,000 ที่ต่างฝ่ายต่างทำกันเอง แต่เป็นแผนที่จากภาพทางอากาศ ที่ทำในอัตรา 1 ต่อ 50,000 ซึ่งทั้ง 2 ฝ่าย จะต้องทำร่วมกัน เพื่อใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ ซึ่งแผนที่ 1 ต่อ 50,000 ที่ไทยใช้นั้น เป็นแผนที่ทางยุทธการ ซึ่งมีความละเอียดในระดับหนึ่งแล้ว
ส่วนฝ่ายกัมพูชา ได้แจ้งการยื่น 4 พื้นที่พิพาทต่อศาลโลกในที่ประชุมคณะกรรมาธิการ JBC หรือไม่ และในการประชุมครั้งหน้ากัมพูชา ได้ยืนยันหรือไม่จะไม่มีการพูดคุย 4 พื้นที่พิพาทในกลไกทวีภาคีอีกนั้น นายประศาสน์ ชี้แจงว่า เรื่องนี้เกินขอบข่ายที่ตนจะต้องพูด แต่นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้โพสต์ข้อความก่อนวันประชุมว่า ไม่ให้พูดเรื่องดังกล่าวในที่ประชุม ซึ่งฝ่ายกัมพูชา ได้หยิบยกเรื่องดังกล่าว ไปหารือในวงหารือแบบ Four Eyes วงเล็กว่า จะไม่นำเรื่องดังกล่าวไปหารือแบบเต็มคณะ ซึ่งตนก็รับทราบ แต่เสียดายเพราะ แม้ฝ่ายกัมพูชา จะไม่พูดเรื่องเขตแดน เพราะต้องการนำขึ้นสู่การพิจารณาของศาลโลกนั้น แต่ในพื้นที่ดังกล่าว ก็มีจุดที่เกิดการปะทะกัน และอดีตเคยมีประธานกรรมาธิการ JBC ลงพื้นที่ไปในพื้นที่ที่มีปัญหา เพื่อกำหนดมาตรการชั่วคราว ไม่ให้กองทัพและประชาชน เข้าไปดำเนินกิจกรรมใด ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการกระทบกระทั่งกัน ซึ่งตนได้เสนอฝ่ายกัมพูชาไปแล้ว แต่ฝ่ายกัมพูชา ยืนยันจะไม่หารือ ดังนั้น เรื่องดังกล่าวจึงไม่มีอยู่ในวาระการประชุม และฝ่ายกัมพูชา ได้ยอมรับว่า ได้รับคำสั่งชัดเจนว่าไม่ให้พูด ไม่ให้ยกขึ้นหารือ
"เมื่อเขาเอาเรื่องในกลุ่มเล็กมาพูด ตนก็เอามาพูดบ้างแล้วกัน ในเรื่องที่คิดว่าไม่ทำให้เกิดความเสียหาย ให้เห็นบรรยากาศ จริงๆ มันราบรื่น ไม่ได้งี่เง่า หรือไปถูกเขาหลอก แต่ก็มีการอัดกันแรงพอสมควร แต่ยืนยันว่า แรงน้อยที่สุดแล้ว ตั้งแต่ตนเคยเจอมา" นายประศาสน์ เล่า
ส่วนใน MOU43 มีการบันทึกถึงการปักปันแนวเขต จะต้องยึดที่สันปันน้ำหรือไม่ และแนวเขตในการปักปันแตกต่างแผนที่ 1 ต่อ 200,000 และ 1 ต่อ 50,000 อย่างไรนั้น นายประศาสน์ ชี้แจงว่า ฝ่ายไทยยึดจากสนธิสัญญาสยาม-ฝรั่งเศส ปี ค.ศ.1904 และ 1907 รวมถึงแผนที่ซึ่งเป็นผลการสำรวจปักปันในอดีต รวมถึงเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้อง ที่กฏหมายระหว่างประเทศให้การรับรอง เช่น รายงานข้าหลวงที่ไปปักปันเขตแดน นอกจากนี้ ทางกัมพูชาเคยปักปันหลักไม้ไว้ 2 ครั้ง และมีการจัดทำภาพแผนผัง ซึ่งเป็นบันทึกวาจา ก่อนที่จะมีการเปลี่ยนเป็นหลักแบบซีเมนต์ และทำบันทึกวาจาไว้
ส่วนที่กัมพูชาอ้างแผนที่ 1 ต่อ 50,000 เป็นแผนที่ที่ไทยทำเพียงฝ่ายเดียวนั้น นายประศาสน์ ชี้แจงว่า แผนที่ 1 ต่อ 50,000 เป็นแผนที่ยุทธการ ที่แต่ละประเทศ ผลิตขึ้นมาเอง ไม่ว่าจะด้วยทางเทคโนโลยี หรือความร่วมมือต่าง ๆ ซึ่งของประเทศไทยนั้น ในปี 2495 เคยทำมาแล้วที่กกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยสหรัฐอเมริกา เป็นผู้ทำให้กับอินโดจีน, ไทย, ลาว และกัมพูชา จากนั้นแต่ละประเทศ ก็จะไปพัฒนาข้อมูลต่าง ๆ ซึ่งถือเป็นการทำฝ่ายเดียว หรือเป็นการต่างคนต่างทำ ไม่มีผลผูกพัน แต่ต่อให้ทำร่วมกัน ก็ไม่มีผลผูกพันระหว่างประเทศ เพราะไม่ใช่แผนที่ที่ทำโดยสนธิสัญญา