นายกรัฐมนตรี ยังระบุถึงอาหารไทย ที่ได้รับความสนใจจากต่างชาติ และมั่นใจว่า มีความปลอดภัยและความมั่นคงทางอาหารแน่นอน ในการสนับสนุนอาหารได้ตลอดทั้งปี จึงขอให้ทูตโปรโมท ความเข้มแข็งด้านความมั่นคงทางอาหารให้กับโลกได้ รวมถึงด้านการแพทย์ ที่ต่างชาติต้องการมาใช้ชีวิตในระยะยาว หรือชีวิตหลังเกษียณที่ไทย เพราะคุณสมบัติเฉพาะตัวของประเทศไทย และคนไทย ดังนั้น ด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์ หากประเทศใด มีจุดแข็งสามารถนำมาสนับสนุนการแพทย์ประเทศไทยได้ หรือนำสถานที่ท่องเที่ยวเมืองรอง ไปแนะนำให้ต่างชาติได้รู้จัก และเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ได้ รวมทั้งปัจจุบัน รัฐบาลดำลังเนินโครงการ 6 Countries: 1 Destination มา 1 จุดหมาย แต่สามารถเที่ยวประเทศเพื่อนบ้านรอบ ๆ ไทยได้
นายรัฐมนตรี ยังเน้นย้ำบทบาทของประเทศไทย ก็จะเน้นการเป็นผู้ส่งเสริมสันติภาพ และความมั่นคงร่วมกัน โดยจะขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ เศรษฐกิจ และมุมมองด้านการต่างประเทศ สร้างความเจริญเติบโตให้ประเทศ พร้อมย้ำว่า ประเทศไทยมีจุดยืนที่ยึดมั่นสันติภาพ การเจรจาต่าง ๆ จะเน้นกรอบทวิภาคี และเน้นย้ำสันติภาพว่า ความรุนแรงคือสิ่งสุดท้ายที่จะเลือก และไม่ว่าจะอยู่ที่ใด จะต้องมีกำลังเพียงพอ ที่จะปกป้องพลเมืองของไทย โดยไทยจะไม่หาเรื่อง แต่พร้อมสร้างความเข้าใจ และพัฒนาไปกับประเทศเพื่อนบ้านทุกประเทศ เพราะถ้ามีการรวมกัน ก็จะเติบโตกันไปด้วยกันอย่างแข็งแรง
นายกรัฐมนตรี ยังของให้เอกอัครราชทูต และกงสุลใหญ่ไทย เน้นย้ำท่าที และจุดยืนของประเทศไทยต่อนานาประเทศ ทั้งขั้นตอนการดำเนินการของประเทศไทยต่อมาตรการภาษีของสหรัฐอเมริกา, สกานการณ์ทางการเมืองในเมียนมา เพื่อให้นานาประเทศเข้าใจเหตุผล และความจำเป็นต่อการดำเนินนโยบายของทย และอาเซียน ที่พร้อมเป็นตัวช่วยพร้อมให้เกิดความสงบสุขในเมียนมา รวมถึงกรณีข้อพิพาทบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อให้นานาประเทศรับทราบ และเข้าใจมาตรการต่าง ๆ รวมถึงเหตุผลการยึดมั่นกลไกแบบทวิภาคี รวมถึงการให้ความช่วยเหลือต่อกัมพูชามาโดยตลอด และไทยไม่ได้ต้องการให้เกิดความรุนแรง ซึ่งไทยจะไม่เน้นความรุนแรง แม้จะมีการปลุกปั่น เพราะบุคลากรหน้างาน จะต้องแบกรับความเสี่ยงต่อความรุนแรง ดังนั้น ในประเทศจะต้องสามัคคี และย้ำจุดยืนแก้ปัญหาอย่างสันติ พร้อมพูดคุยด้วยเหตุผล เช่น ในวันพรุ่งนี้ (14 มิ.ย.) จะมีการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา หรือ JBC ที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ก็หวังว่า จะเกิดความเข้าใจ 2 ประเทศมากขึ้น