ส่วนการกระทบกระทั่งที่เกิดขึ้นนั้น นายมาริษ ก็ยืนยันว่า ไทยได้มีหนังสือประท้วงฝ่ายกัมพูชาไปแล้ว เพื่อยืนยันว่า การดำเนินการของฝ่ายไทยนั้น เป็นไปตามหลักสากล เพื่อต้องการยืนยันสิทธิของไทยในอำนาจอธิปไตย และบูรณาภาพแห่งดินแดน จึงยืนยันว่า การดำเนินการเป็นไปด้วยความเหมาะสมตามกลไกของกฎหมายระหว่างประเทศ และการปฏิบัติสากลทุกประการ
นานมาริษ ยังเปิดเผยว่า หลังจากที่ตนเสร็จภารกิจที่ประเทศฝรั่งเศส ในวันที่ 5 มิถุนายน นี้ แล้ว ตนจะเชิญผู้บริหารกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อกำหนดท่าทีของไทยให้ชัดเจน พร้อมย้ำว่า ตนเองได้ประเมินสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา และมีการประชุมกับกระทรวงการต่างประเทศทางออนไลน์อยู่เป็นระยะ ๆ เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลง
ส่วนมติสภาของกัมพูชาให้ส่งศาลโลกวินิจฉัยข้อพิพาทดินแดน จะกระทบต่อการเจรจา JBC ไทย และกัมพูชาหรือไม่นั้น นายมาริษ ยืนยันว่า ไม่เกี่ยวข้องกัน และถือเป็นสิทธิที่กัมพูชาจะดำเนินการ และก็เป็นสิทธิของประเทศไทยในการจะตัดสินใจอย่างไร เพราะประเทศไทย ก็มีท่าที
ตนจึงสั่งการให้ปลัดกระทรวงการต่างประเทศมองภาพรวมทั้งหมดให้ชัดเจน และกำหนดท่าทีที่ชัดเจน เพื่อวางนโยบาย และยุทธศาสตร์การเจรจากัมพูชา และกำหนดมาตรการของประเทศไทยว่า จะดำเนินการอย่างไร ทั้งกรอบ “ทวิภาคี” และความสัมพันธ์ระหว่างกัน รวมทั้งใช้กลไกที่มีระหว่างประเทศด้วยเช่นกัน