นอกจากนั้น ในช่วงเวลาต่อมาปรากฏข้อเท็จจริงว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอได้มีมติให้สอบสวนเป็นคดีพิเศษ เรื่อง ฟอกเงินและอั้งยี่อันเกี่ยวกับกระบวนการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ขณะเดียวกันคณะกรรมการเลือกตั้งก็ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน กรณีการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรม หรือ การฮั้ว สว.
ด้วย ล่าสุดคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนได้มีหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาแก่สมาชิกวุฒิสภาแล้วกว่า 60 คน และจะทยอยมีหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมอีกประมาณ 90 กว่าคน ทำให้มีสมาชิกวุฒิสภาจะถูกแจ้งข้อกล่าวหาเกือบ 150 คน ขณะเดียวกันดีเอสไอก็เตรียมแจ้งข้อกล่าวหาในคดีอาญากับสมาชิกวุฒิสภาเหล่านี้อีกส่วนหนึ่งด้วย
"แม้ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและกฎหมายจะถือว่าสมาชิกวุฒิสภาที่ถูกดำเนินดีเหล่านี้เป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ก็ตาม แต่เนื่องจากการทำหน้าที่ของสมาชิกวุฒิสภาต้องเป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา 114 ที่บัญญัติว่า “สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาย่อมเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย ไม่อยู่ในความผูกมัดแห่งอาณัติมอบหมาย หรือความครอบงำใด ๆ และต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติและความผาสุกของประชาชนโดยรวม โดยปราศจากการขัดกันแห่งผลประโยชน์”
จากบทบัญญัติดังกล่าวเป็นหลักการสำคัญที่สมาชิกวุฒิสภาต้องถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด แต่ข้อเท็จจริงที่ปรากฏจากข่าวสาร ตามผลการตรวจสอบของกกต.และดีเอสไอพบว่ามีบุคคลอยู่เบื้องหลังในกระบวนการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาจนมีการตั้งฉายาว่า “สว.สีน้ำเงิน” ด้วยเหตุนี้ทำให้สังคมเข้าใจไปได้ว่าในการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกวุฒิสภาเหล่านี้ อาจทำตามความต้องการของบุคคลที่อยู่เบื้องหลังได้ ดังนั้นการลงมติใดๆ ของสมาชิกวุฒิสภาจึงอาจมิได้เป็นไปโดยอิสระอย่างแท้จริง"นพ.เปรมศักดิ์กล่าว