“การประชุมครั้งนี้คงจะได้ข้อสรุปว่าเราจะทำงานร่วมกันอย่างไร เพราะถ้าเรารวมตัวไปต่อรอง ก็ย่อมมีน้ำหนักมากกว่าต่างคนต่างไปคุย ซึ่งประชากรอาเซียนเมื่อรวมกันแล้วมีมากกว่า 500 ล้านคน และยังเป็นกลุ่มประเทศที่สหรัฐฯ ให้ความสำคัญทั้งการค้า การลงทุน จึงเป็นโอกาสดีที่สุดที่ผู้นำอาเซียนและผู้นำรัฐสภาอาเซียน ได้ร่วมกันคิดแก้ปัญหาผลกระทบที่เกิดขึ้น”
นอกจากนี้ ยังมีวาระต่างๆ เช่นการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ การสร้างพื้นที่ของแต่ละประเทศให้มีพื้นที่สีเขียวมากขึ้น ลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลง และร่วมลงทุนแลกเปลี่ยนสินค้าในตลาด เชื่อว่าฝ่ายบริหารจะมีเรื่องพูดคุยมากกว่าทางรัฐสภา แต่อะไรที่ต้องการให้ทางรัฐสภาร่วมมือ ทางรัฐสภาอาเซียนก็ยินดี
ทั้งนี้ ตนในฐานะผู้แทนรัฐสภาไทย โดยเฉพาะในกรอบการประชุมสมัชชารัฐสภาอาเซียน ก็จะหารือในประเด็นที่เป็นปัญหาของภูมิภาคอาเซียนด้วย อาทิ ปัญหาคอลเซ็นเตอร์ ที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะไทย เมียนมา และกัมพูชา รวมถึงประเทศนอกอาเซียนด้วย ดังนั้นต้องหารือว่าจะแก้ไขปัญหานี้ร่วมกัน อย่างเข้มแข็งได้อย่างไร
ขณะเดียวกันกลุ่มประเทศอาเซียน ยังมีการประชุมร่วมกับพันธมิตรอื่น อาทิ อาเซียน +3 ซึ่งในเดือนกันยายนประเทศจีนจะเข้าร่วมประชุม ข้อเสนอที่เกิดขึ้นของสมัชชารัฐสภาอาเซียนก็จะนำเสนอให้กับประเทศพันธมิตรด้วย เพราะจีนก็มีส่วนสำคัญในการช่วยเหลือ นอกจากนี้ยังมีเรื่องยาเสพติด ที่เป็นภัยต่ออาเซียนเช่นกัน และต้องร่วมมือแก้ไข