ส่วนในมุมการเมืองที่ผ่านมา อาจจะถูกมองว่าเข้าไปเกี่ยวข้อง และเมื่อไม่ได้ดูดีเอสไอ แต่ยังมีการออกหมายเรียกนักการเมือง รัฐมนตรี ในคดีฮั้ว สว. ไปให้ปากคำจะทำให้เห็นชัดว่าไม่ได้เกี่ยวกับตัวเองหรือไม่
พ.ต.อ.ทวี ยอมรับว่า จะทำให้ทุกคนสบายใจ เมื่อทุกคนไม่ค่อยสบายใจ เมื่อเราไม่เข้าไปยุ่งทุกหน่วยก็ต้องปฏิบัติตามกฏหมาย
เมื่อถามย้ำว่า มีผลกระทบอะไรหรือไม่ ในการไม่ให้ปฏิบัติหน้าที่
พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า หน้าที่หลักของกระทรวงยุติธรรมคือ ต้องปฏิบัติและบังคับใช้กฎหมาย ที่สำคัญคือนโยบายรัฐบาล ซึ่งมีหลายเรื่องที่เกี่ยวกับกระทรวงยุติธรรมก็จะเป็นโอกาสดี ยกระดับปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ทั้งเรื่องยาเสพติด การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ยกระดับหลักนิติวิทยาศาสตร์ การพัฒนาพฤตินิสัย เพื่อไม่ให้นำผู้ต้องขังไปขังรวมกับผู้ต้องขังเด็ดขาด ซึ่งรัฐธรรมนูญยังถือว่าเขาเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ จึงถือโอกาสที่จะปฏิรูปกรมราชทัณฑ์
ส่วนขั้นตอนของศาลรัฐธรรมนูญจะใช้เวลานานหรือไม่
พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ตนไม่เคยประสานกับศาลรัฐธรรมนูญ เพราะมั่นใจในความบริสุทธิ์ใจ จึงอยากจะสื่อสารไปถึงทุกคน ในภาวะบ้านเมืองที่มีการหวาดระแวงกัน การใช้กฎหมายจึงสำคัญ และฝากถึงข้าราชการต่างๆ บ้านเมืองจะเจริญได้ อิทธิพลหรืออำนาจ ความไม่ดีหรือความชั่วร้ายต่างๆ จะแข็งแกร่งเหนือกฎหมายไม่ได้ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่และข้าราชการที่อยู่ในตำแหน่ง จะต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมา ปราศจากอคติ เรื่องความยุติธรรมความกล้าหาญ
เมื่อถามว่า รัฐมนตรีคนใหม่ที่จะถูกตั้งให้ไปกำกับดูแลดีเอสไอ จะทำให้มีปัญหาในเรื่องการประสานงาน ในการทำงานหรือไม่
พ.ต.อ.ทวี บอกว่า ไม่มีปัญหา และบรรยากาศในคณะรัฐมนตรี ทุกฝ่ายก็ยังดีกัน ไม่มีการแบ่งพรรคโน้นพรรคนี้
เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ล่าสุดเมื่อวานนี้ คณะอนุกรรมการ ฮั้ว สว. ที่มีดีเอสไอร่วมด้วย ได้ออกหมายเรียก รัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย ซึ่ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย ก็ยืนยันว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องการเมือง ตั้งแต่ปีมะโว้ ยังสามารถทำงานร่วมกันได้อยู่ใช่หรือไม่ หรือจะอยู่กันแบบนี้จนครบวาระ
พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ผมไม่มีความรู้สึกแบบนั้น เมื่อวานนี้ก็นั่งคุยกับท่านอนุทิน ท่านยังเล่าให้ฟังถึงเรื่องการไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล ได้เล่าและชื่นชมโรงพยาบาลที่ท่านไปรักษาตา
เมื่อถามว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้มีการประสานขอกลับเข้าประเทศหรือไม่
พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ไม่มีครับ