จากพีระมิด และข้อมูลของ "ดีเอสไอ" จะเห็นว่ามีการแบ่งสีเอาไว้ชัดเจน เมื่อนำไปเทียบกับรายชื่อที่เป็นเอกสารผู้สมัครรับเลือก สว.ทั้งหมด ทุกกลุ่มทั่วประเทศ ทาง "ดีเอสไอ"จะดึงรายชื่อผู้สมัคร และผู้เข้ารอบทุกรอบ ทุกกลุ่มอาชีพ จากทุกอำเภอ ทุกจังหวัด มาตรวจสอบเปรียบเทียบ และแต้มสีตามกลุ่มเอาไว้ ว่าใครอยู่กลุ่มไหน หลังจากนี้จะเรียกมาสอบสวนทีละกลุ่ม
จ่อกันบางส่วนเป็น "พยาน" มัดขบวนการฮั้ว
ขั้นตอนการทำงานของ "ดีเอสไอ"คือ
- ประสานให้ผู้การตำรวจภูธจังหวัด สั่งการให้ผู้กำกับ (หัวหน้าโรงพัก) ในแต่ละอำเภอที่รับผิดชอบ เรียกสอบบุคคลเป้าหมาย โดยเปิดโอกาสให้เป็นพยานเพื่อให้ข้อเท็จจริง พร้อมเรียกดูรายการรับจ่ายบัญชีธนาคารทุกบัญชีระหว่างวันที่ 15 พค. - 30 มิย. 2567
- ไล่สอบ เริ่มจากชั้นฐาน ต่อด้วย ชั้นล่าง ชั้นกลาง และระดับบนสุด ตามพีระมิด
- เงื่อนไขของการ "กันเป็นพยาน" คือ บุคคลที่ให้การเป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนหาเส้นเงิน และให้หลักฐานมัดตัวผู้กระทำความผิดทั้งในระดับเดียวกันและสูงกว่า
ที่สำคัญต้องให้ข้อมูลขั้นตอน ขบวนการชักชวน ว่าจ้างให้กระทำผิด / การให้โพยฮั้ว / การนัดประชุม วางแผน การจ่ายเงิน / และชื่อผู้กระทำผิดในกลุ่ม
ชง กกต.ฟันล็อตแรก "30 สว." หยุดปฏิบัติหน้าที่
มีรายงานว่า หลังจากมีการตั้งคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน โดยเป็นทีมทำงานร่วมกันระหว่าง"ดีเอสไอ"กับ "กกต." ปรากฏว่าทาง กกต.ได้เห็นพยานหลักฐานของดีเอสไอว่ามีความชัดเจนเกี่ยวกับ "ขบวนการฮั้ว สว."
ล่าสุดมีการส่งสัญญาณจาก "ดีเอสไอ" ไปยัง "กกต."ว่า น่าจะมีหลักฐานชัดเจนส่งให้ กกต.เพื่อนำไปวินิจฉัย และชี้มูลความผิดเบื้องต้น เพื่อส่งศาลฎีกาสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ สว.ล็อตแรก ประมาณ 30 คน ภายในเดือน เม.ย.หรือ พ.ค.ที่จะถึงนี้