ตอนที่ 2 คือ "ปากอย่างใจอย่าง" สะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมของนายกรัฐมนตรีที่เสแสร้งว่าต้องการการปฏิรูปการเมือง แต่ไม่เคยออกแรงให้ได้เห็น และคงไม่มีเรื่องไหนที่จะสะท้อนให้เห็นชัดถึงความไม่จริงใจของนายกฯ เทียบเท่าเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่
"หลายปัญหาและความเลวร้ายทางการเมืองที่เราเห็น ก็มีต้นกำเนิดมาจากรัฐธรรมนูญ 60 เพราะรัฐธรรมนูญ 60 ที่ทำให้กลไกปราบโกง ล่าช้าอ่อนแอถูกแทรกแซงได้ เปิดช่องให้รัฐบาลกับ ป.ป.ช. สามารถฮั้วกันได้โดยใช้ตำแหน่งประธานสภาเป็นเครื่องมือ และทำให้อำนาจที่มาของวุฒิสภาไม่สมดุลกัน มีกระบวนการเลือกที่ไม่ยึดโยงกับประชาชน และเอื้อต่อมหกรรมการโกงที่ทุกคนรู้โลกรู้แต่ กกต.ไม่รู้ " นายพริษฐ์กล่าว
นายพริษฐ์ ยังกล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ทำให้พี่น้องประชาชนต้องรับกรรมจากการที่มีนางสาวแพทองธารเป็นนายกรัฐมนตรี ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่ตัวเลือกแรกของประชาชน และไม่ใช่แม้กระทั่งตัวเลือกแรกของพรรคต้นสังกัด และเมื่อ สส. ฝ่ายค้านพยายามจะเสนอทางออก ลองลดจำนวนประชามติดูดีหรือไม่เพื่อทำให้นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลสามารถผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้ทันการเลือกตั้ง เพื่อรักษาคำพูดของตัวเอง นายกรัฐมนตรีก็ไม่ได้ออกแรง แม้แต่นิดเดียว มีแต่ สส. ฝ่ายค้านที่เดินสายพยายามหารือเพื่อทางออก
"แน่จริงท่านนายกฯ ยอมรับตรง ๆ เลยว่าพอเป็นนายกฯ และมีอำนาจแล้ว ท่านไม่ได้สนใจเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญอีกต่อไป แน่จริงท่านนายกฯยอมรับตรง ๆ ว่าพอท่านไปทำดีลให้คุณพ่อท่านได้กลับบ้านมาแล้ว ส่วนหนึ่งของดีลนั้นคือ ท่านต้องปกป้องรัฐธรรมนูญ 60 ไว้ให้ได้ " นายพริษฐ์กล่าว
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า แม้นายกรัฐมนตรีจะปล่อยเกียร์ว่างเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ นโยบายกาสิโน ที่แม้ไม่เคยหาเสียงไว้กับประชาชนก็พร้อมทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มา เห็นนายกรัฐมนตรีพร้อมจะลุยไฟเพื่อกาสิโน แม้ต้องหลอกลวงประชาชน
ตอนที่ 3 คือ "สามก๊กลวงโลก" สะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมของนายกที่โยนบาปทั้งหมดให้กับพรรคร่วมรัฐบาลแต่ ไม่ผลักดันวาระ ที่สามารถสำเร็จได้โดยที่ไม่ต้องพึ่งพรรคร่วมรัฐบาล มุกประจำที่นายกใช้คือให้ที่ปรึกษาออกมาแต่งเรื่องสามก๊ก มีก๊กของนายกฯ ที่พยายามแสดงให้เห็นว่าเป็นผู้ประเสริฐ อีกก๊กคือพรรคผู้ร้าย และ ก๊กของพรรคประชาชน
ตอนที่ 4 คือ "ประชาชนแค่คำขวัญ" หมายถึงพฤติกรรมของนายก ที่มักจะยกตัวเองว่ามาจากประชาชนแต่บั่นทอนทุกสถาบันการเมืองที่ยึดโยงกับประชาชน นอกจากจะไม่พยายามปฏิรูปการเมืองเพื่อยกระดับประชาธิปไตยแล้วรัฐบาลนี้ยังบั่นทอนกลไกทางประชาธิปไตยและทุกสถาบันทางการเมือง ภายในระบบรัฐสภาให้อ่อนแอลง
"คณะรัฐมนตรีฝ่ายบริหารก็กลายมาเป็นรัฐบาลเป็ดง่อย ตัดสินใจอะไรเองไม่ได้ ต้องรอคำสั่งจากนายกรัฐมนตรีตัวจริง พอประชาชนอยากจะรู้ ว่าจะได้เงินหมื่นในเฟสไหน มักจะไม่ได้ยินที่แรกจากคำแถลงของนายกคนลูก แต่มักจะได้ยินที่แรก จากคำพูดบนเวทีปราศรัยของนายกคนพ่อ" นายพริษฐ์ กล่าว
นายพริษฐ์ ยังกล่าวว่า สภาผู้แทนราษฎรฝ่ายนิติบัญญัติ นายกฯ ก็ลดความสำคัญลงมาปฏิบัติกับงานสภาเสมือนเป็นงานอดิเรกหรืองานการกุศล ว่างเมื่อไหร่ก็มาเบื่อเมื่อไหร่ก็มา มาแต่ละครั้งก็คาดหวังให้พวกตนรู้สึกซาบซึ้งเป็นหนี้บุญคุณ
ตอนที่ 5 คือ "ปราบโกงพอเป็นพิธี" หมายถึงพฤติกรรมนายกฯ ในการอ้างความถูกต้องเพื่อตรวจสอบฝ่ายตรงข้ามแต่กลับปล่อยปละละเลยปัญหาทุจริตคอรัปชัน นายกฯไม่เคยพูดถึงการแก้ปัญหาการทุจริตแม้แต่ครั้งเดียว และยังเอาเรื่องการปราบโกงเป็นเครื่องมือต่อรองทางการเมือง ในจังหวะที่แบ่งผลประโยชน์ไม่ลงตัว
มีปัญหาระบอบอุปถัมภ์ มีการเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง โดยเฉพาะในภาคพลังงาน นอกจากนั้นอาจจะมีการส่งออกการเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้องนอกประเทศ โดยรัฐบาลได้หลวมตัวรับเงินหรือประโยชน์อื่นใดกับบริษัทกาสิโนต่างชาติ เพื่อนำมาจัดงานเกี่ยวกับซอฟต์พาวเวอร์ แล้วเราจะมั่นใจได้อย่างไรว่านายกฯจะไม่ตอบแทนบริษัทดังกล่าวเมื่อนายกฯมีอำนาจชี้ขาดว่าใครจะได้ใบอนุญาตกาสิโนในไทยหรือไม่