จากนั้น แม่ทัพภาคที่ 4 พร้อมด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้ลงตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ ที่ว่าการอำเภอสุไหงโกลก โดยเจ้าหน้าที่ยังคงปิดกั้นพื้นที่ไม่ให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาภายในบริเวณดังกล่าว
ส่วนรถที่ก่อเหตุ แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า จากการตรวจสอบ พบว่า เป็นรถซื้อมาจากเต้นท์นอกพื้นที่ และมีการโอนลอย ซึ่งตอนนี้รู้แล้วว่าใครเป็นของ จะเร่งขยายผลไปยังกลุ่มผู้ก่อเหตุต่อไป
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้าน บ.กูวา หมู่ 5 ต.ริโก๋ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ว่า พบรถกระบะ อีซูซู สีบรอนด์เงิน คาดว่าเป็นรถต้องสงสัย จากการก่อเหตุที่ อ.สุไหงโกลก เข้ามาจอดทิ้งไว้ บริเวณ บ.กูวา ต.ริโก๋ ในสวนปาล์ม ทางไปลูโบ๊ะบาตู ล่าสุดหน่วยงานฝ่ายความมั่นคงได้เข้าปิดกั้นเส้นทาง และเข้าตรวจสอบแล้ว
ชาวบ้านยังเปิดขายของปกติ แต่กังวลความปลอดภัย
จากการลงพื้นที่เกิดเหตุ ณ ที่ว่าการอำเภอสุไหงโกลก พบร่องรอยอาคาร สถานที่ ได้รับความเสียหายอย่างหนัก ซึ่งชุดพิสูจน์หลักฐานได้ลงพื้นที่เก็บวัตถุพยาน เพื่อนำมาขยายผลสืบสวนสอบสวน ค้นหาผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายโดยเร็ว ในส่วนพื้นที่ใกล้เคียงพบว่ามีประชาชน พ่อค้าแม่ค้า ยังคงเปิดร้านเพื่อขายของตามปกติ แต่ยอมรับว่ารู้สึกตกใจและกังวลเรื่องความปลอดภัยเช่นกัน ส่วนบรรยากาศโดยรอบมีการปิดกั้นเส้นทาง เพื่อต้องการทำให้พื้นที่มีความปลอดภัย
แม่ทัพ 4 เยี่ยมผู้บาดเจ็บ รพ.สุไหงโกลก
ต่อมา แม่ทัพภาคที่ 4 เข้าเยี่ยมให้กำลังใจและติดตามอาการผู้บาดเจ็บ ณ โรงพยาบาลสุไหงโกลก ซึ่งมีเจ้าหน้าที่สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนอำเภอสุไหงโกลก เข้ารับการรักษาตัวที่ห้อง ICU จำนวน 2 ราย ประกอบด้วย
1. สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน ธวัชชัย ไชยศรี
2. สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน อภิชัย บูตจีน
แผนกศัลยกรรมชาย จำนวน 4 ราย
1. สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน มัสลัน อารง
2. สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน มะตารี ตาเยะ
3. สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน ณรงค์ชัย รัดตรึงสุนทรี
4. สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน แวซุลกิฟฟิ วาจิ
และมีประชาชนได้รับบาดเจ็บ จำนวน 3 ราย
1. นายจิรภัทร อาแวสือแม
2. นางรัชนีวรรณ จุ้ยทอง
3. นายสงกรานต์ ยูโซะ อยู่ระหว่างการผ่าตัด
สำหรับผู้ได้รับบาดเจ็บที่รับการรักษาตัว โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา จำนวน 1 ราย คือ อส. อีซูวัน บินมะมิง และรับการรักษาตัว โรงพยาบาลยะลา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา จำนวน 1 ราย คือ อส.ดินแดน กำธร วงศ์นคร
ทั้งนี้ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้นำกระเช้าเยี่ยมแสดงความห่วงใย ความปรารถนาดี มาสู่ผู้บาดเจ็บ และกล่าวชื่นชมในความกล้าหาญ ทุ่มเทและเสียสละของเจ้าหน้าที่ พร้อมกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการเรื่องสิทธิสวัสดิการของกำลังพลให้เร็วที่สุด