สว.สำรองร้องสอบก๊วนสภาสูงขวาง “รมว.ยธ.-DSI” สอบคดีฮั้ว สว.
03 มี.ค. 2568 | katchatapong_lee

กลุ่ม สว.สำรอง ร้องประธานรัฐสภา สอบก๊วนสภาสูง “รมว.ยธ.-DSI” สอบคดีฮั้วเลือก สว. - แนะขบวนการบล็อกโหวต สว.ให้สารภาพความจริง-ไม่ต้องติดคุกนาน
การเมือง
03 มี.ค. 2568 | katchatapong_lee

กลุ่ม สว.สำรอง ร้องประธานรัฐสภา สอบก๊วนสภาสูง “รมว.ยธ.-DSI” สอบคดีฮั้วเลือก สว. - แนะขบวนการบล็อกโหวต สว.ให้สารภาพความจริง-ไม่ต้องติดคุกนาน
นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล คณะผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา และสมาชิกวุฒิสภาสำรอง 2567 ยื่นหนังสือถึงนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานรัฐสภา เพื่อตรวจสอบจริยธรรมสมาชิกวุฒิสภา ที่เข้าชื่อกันให้ส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ของพันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และพันตำรวจตรียุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง
นายอัครวัฒน์ ยังย้ำว่า การเลือก สว.ที่ผ่านมา มีความไม่ชอบมาพากล มีการจัดตั้ง ตั้งแต่ระดับอำเภอ จังหวัด จนถึงประเทศ ทำให้การเลือก สว.ไม่บริสุทธิ์ ยุติธรรม ทำลายระบอบประชาธิปไตย เกิดการรวมกลุ่มเข้ามาลงชื่อกันทำโพยจำนวนมาก เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจ ขัดต่อระเบียบการเลือก สว. ซึ่งคณะผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา และสมาชิกวุฒิสภาสำรอง 2567 ได้เคยร้องต่อสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.แล้ว, ผู้ตรวจการแผ่นดิน, ป.ป.ช.และศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง แต่ผ่านมา 8 เดือน กลับไม่มีความคืบหน้าการทำคดีเลือก สว.โดยเฉพาะจาก กกต. ส่งผลเสียต่อระบอบประชาธิปไตย เพราะ สว.ที่ปฏิบัติหน้าที่ อาจเข้ามาโดยไม่สุจริตเที่ยงธรรม แต่ต้องมาทำหน้าที่ให้ความเห็นชอบกรรมการองค์กรอิสระต่าง ๆ ซึ่งจะส่งผลให้ไม่เกิดความชอบธรรมตามกฎหมายบ้านเมือง ไม่ได้คำนึงหน้าที่ปวงชนชาวไทยที่ดี ละเมิดรัฐธรรมนูญ ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ละเมิดสิทธิบุคคลอื่น สนับสนุนการทุจริตการเลือกตั้งทุกรูปแบบ ไม่ยำเกรงกฎหมาย ทำระบอบประชาธิปไตยเสียหาย คณะผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา และสมาชิกวุฒิสภาสำรอง 2567 จึงต้องไปพึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI จนพบมูลการฮั้ว สว. แต่กลับมี สว.กลุ่มหนึ่งยื่นเรื่องถึงประธานวุฒิสภา เพื่อตรวจสอบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และ DSI จึงตั้งข้อสังเกตว่า เป็นการขัดขวางการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่ จึงขอให้ประธานรัฐสภา ตรวจสอบ สว.ที่เข้าชื่อกันดังกล่าวว่า สมควรจะดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา ที่มีเกียรติหรือไม่ เพราะ สว.บางคนมีพฤติกรรมก้าวก่ายการปฏิบัติหน้าที่ของ DSI ที่จะเปิดโปงการฮั้วเลือก สว.ที่ผ่านมา
ส่วนกรณีที่ปรากฏโพยพยานฮั้ว สว. 1,200 รายชื่อ กลุ่ม สว.สำรอง มีข้อมูลหรือไม่นั้น นายอัครวัฒน์ ยืนยันว่า ใน 1,200 ชื่อนั้น ตนเองมีรายละเอียดและข้อมูลว่า มีที่ไปที่มาอย่างไร มีใครอยู่ในโพยและในขบวนการบ้าง ซึ่งขบวนการที่เกิดขึ้นต้องใช้คนจำนวนมาก เพื่อให้กระบวนการบล็อกโหวตสำเร็จ จึงแนะนำผู้ร่วมกระทำผิด ไปติดต่อ DSI เพื่อเป็นพยาน เพราะถ้าสู้จะติด (คุก) นาน สารภาพผิดน้อย เป็นพยานดีที่สุด
นายอัครวัฒน์ ยังมองถึงกรณีที่มีกลุ่ม สว.เข้าชื่อกัน เพื่อส่งให้ประธานวุฒิสภา ส่ง ป.ป.ช.ตรวจสอบการทำหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และ DSI ในการสอบสวนคดีฮั้ว สว.ว่า เป็นเรื่องธรรมดาที่ผู้ผ่านการเลือกด้วยความบริสุทธิ์ ไม่ได้ร้อนรนกับเรื่องใด ๆ ที่จะเกิดขึ้น แต่กลับกันผู้ที่มาด้วยความไม่บริสุทธิ์ ใช้กลอุบาย ช่องว่างกฎหมาย มิชอบด้วยกติกา ก็เป็นธรรมดาที่จะร้อนรน หาวิธีเอาตัวรอด ตนเองมั่นใจว่า รายชื่อทั้งหมดในเอกสาร จะพอทราบได้ว่า ลำดับแต่ละคน หมายเลขใด ได้คะแนนเท่าใด และนำไปเปรียบเทียบกับโพยที่หลุดออกมาได้ พร้อมยังอธิบายว่า มีบุคคลที่พลีชีพลงไปเลือก สว.เพื่อให้ได้เงินได้ทอง เลือกตามโพย แต่ละโพยเกิดขึ้นในสายรอบไขว้ เมื่อมีการเลือกตามโพย ใช้คนเข้าไปเลือกตามที่วางแผนกันไว้ โอกาสที่จะเกิดขึ้นมันแทบเป็นไปไม่ได้ว่า คนเป็นพันคนจะเลือกเหมือนกันเป๊ะทุกช่อง เมื่อมาดูคะแนนจากผลสัมฤทธิ์ ของรายชื่อ อันดับ 1-6 คะแนนจะสูงมาก ซึ่งอยู่ในโพยตามที่ได้มาแสดงให้ดู