พลตรีซอ ชิต ตู่ เลขาธิการกองกำลังพิทักษ์ชายแดน ปฎิเสธว่า ใครที่บอกว่าเขามีเงินเป็นพันล้านบาท ไม่ใช่เรื่องจริง ข้อเท็จจริงคือ เงินที่ได้มาจากการให้เช่าพื้นที่ได้ถูกนำมาสร้างถนน โรงเรียน โรงพยาบาล โรงแรม อาคาร และวัด ภายใต้รัฐบาลเมียนมาเป็นผู้ให้สัมปทานแก่กลุ่มหย่าไท้กรุ๊ป นักลงทุนจีนเข้ามาสร้างเมืองใหม่ “ชเวโก๊กโก่”
“ผมเป็นประชาชนชาวกะเหรี่ยงคนหนึ่งที่เคยลำบากมาตั้งแต่เด็ก ไม่เคยได้รับโอกาสในการเรียนหนังสือ ก่อนจะมาเป็นทหารตั้งแต่วัยเยาว์ ไม่ใช่เรื่องผิดที่อยากให้บ้านเมืองเจริญขึ้น ประชาชนชาวกะเหรี่ยงทุกคนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แต่ใครจะไปคิดว่าการให้เช่าพื้นที่ช่วงยุคโควิดจะเป็นจุดเริ่มต้นที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์เข้ามาแผ่อิทธิพล”
"เนชั่นทีวี" ได้ถามต่อว่า ทราบหรือไม่ว่าจังหวัดเมียวดีเป็นฐานที่มั่นของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และถูกกดดันจนต้องลุกขึ้นมาปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช่หรือไม่ พลตรีซอ ชิต ตู่ ยืนยันว่า เริ่มแรกเขายังไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่า คอลเซ็นเตอร์คืออะไร ต่อมาภายหลังพอรู้ว่าเป็น การหลอกลวง เขาไม่ได้นิ่งเฉยกับสิ่งที่เกิดขึ้น
พลตรีชอ ชิต ตู่ เล่าย้อนไปว่า หากทุกคนจำได้ เมื่อปี2567 กองกำลังพิทักษ์ชายแดนได้ออกหนังสือประกาศให้ชาวต่างชาติที่ทำผิดกฎหมายออกจากพื้นที่ ทุกคนก็มองว่าเขาสร้างภาพ แต่อยากบอกว่า คนต่างชาติที่เข้ามาในจังหวัดเมียวดี ร้อยละ90 ผ่านเข้ามาทางประเทศไทยทั้งนั้น มาทั้งแบบถูกต้อง และลักลอบข้ามแดนมา
“ทุกวันนี้ทุกคนโยนความผิดมาให้ผมคนเดียว ไม่มีใครออกมารับผิดชอบปัญหาที่เกิดขึ้น ผมทำอะไรเคลื่อนไหวอะไรก็ผิดไปหมด แม้กระทั่งการให้ความร่วมมือในการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์กับทางการไทย ทางการเมียนมา และทางการจีน ก็ยังถูกสังคมมองว่าทั้งหมดเป็นการสร้างภาพ” พลตรีซอ ชิต ตู่ กล่าว
ในวันนี้อยากจะบอกให้ชาวโลกรู้ว่า กองกำลังพิทักษ์ชายแดน เดินหน้าปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างจริงจังนับตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา แต่เหมือนกับว่า ถูกทิ้งให้จัดการปัญหาเพียงลำพัง อยากเรียกร้อง ให้30ประเทศเข้ามารับตัวพลเมืองโดยด่วน ขณะนี้เขาแบกภาระต่อไปไม่ไหวกับปริมาณคนที่ถูกเพิกเฉยรับกลับประเทศกว่า 7,000 คน
พลตรีซอ ชิต ตู่ เลขาธิการกองกำลังพิทักษ์ชายแดน ย้ำกับNationTV ว่า กระบวนการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ชาวต่างชาติเข้าขั้นวิกฤติแล้ว ทั้งด้านที่พักอาศัย อาหาร สุขภาพ ที่ต้องแบกภาระค่าใช้จ่ายสูงถึงวันละ 1.6 ล้านบาท เราไม่มีงบประมาณเพียงพอที่จะมาจัดการในส่วนนี้แล้ว เพราะทุกคนในจังหวัดเมียวดีก็ได้รับผลกระทบจากการถูกตัดน้ำตัดไฟเช่นกัน
“สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ สถานที่ควบคุมคอลเซ็นเตอร์เหล่านี้ไม่ได้สะดวกสบาย เริ่มแออัด บางคนเริ่มเสียสุขภาพจิต เพราะอยากกลับบ้าน บางคนมีอาการเครียด เริ่มที่จะต่อต้านการควบคุมจากทหาร หากว่ามีการแย่งปืน และก่อจลาจลที่อยู่เหนือการควบคุม ใครจะรับผิดชอบได้ และคาดว่ายังมีคนที่เกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์อีกไม่ต่ำกว่า 20,000 คน ”
สัมภาษณ์พิเศษ : สกาวรัตน์ ศิริมา
ถ่ายภาพ : จักรินทร์ นมนาน
ชมคลิปสัมภาษณ์ “หม่อง ชิต ตู่” ดูแล "คอลเซ็นเตอร์" ไม่ไหว ประกาศ 30 ประเทศรับ 7,000 คนกลับ