พฤติกรรมของกลุ่มขบวนการนี้มีลักษณะเข้าข่ายกระทำผิดตามกฎหมายต่างๆ ต่างกรรมต่างวาระ กล่าวคือ
1. ความผิดในลักษณะการจัดตั้งกลุ่ม กลุ่มขบวนการที่ปกปิดวิธีการดำเนินงานและมีความมุ่งหมายมิชอบด้วยกฎหมายอันเป็นความผิดฐานอั้งยี่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 209
2. ความผิดในลักษณะ ชักจูง ชี้นำ จัดตั้งกลุ่มขบวนการเลือก สว.อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ประชาชนที่จัดตั้งล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ซึ่งเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งรัฐตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116(3)
3. ความผิดในการให้สัญญาจะให้ เพื่อให้บุคคลลงคะแนนในการเลือกสมาชิกวุฒิสภาโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรมอันเป็นความผิดตาม พรป. ว่าด้วยการเลือกสมาชิกวุฒิสภา 2561 มาตรา 77(1) และความผิดตาม พรป.ฟอกเงิน พ.ศ. 2542
ดังนั้น ในการดำเนินการกับขบวนการดังกล่าว จึงต้องใช้วิธีการสืบสวนสอบสวนเป็นพิเศษ ซึ่งอยู่ในเงื่อนไขตามกฎหมายที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ จะรับดำเนินการสอบสวนเป็นคดีพิเศษได้ กลุ่ม สว.ของประชาชน ซึ่งประกอบด้วย สว.สำรองและผู้สมัคร สว. อื่นๆ อีกหลายราย ซึ่งได้เข้าร่วมการเลือก สว.ครั้งนี้ ซึ่งได้พบและเห็นข้อมูลการทุจริตการเลือก สว.ครั้งนี้อย่างชัดแจ้ง จึงเรียกร้องให้กระทรวงยุติธรรม ได้มอบหมายและสั่งการให้กรมสอบสวนคดีพิเศษได้เข้ามาดำเนินการสืบสวนสอบสวนในคดีการทุจริตโกงฮั้วและบล็อกโหวตในการเลือก สว.๒๕๖๗ นี้อย่างจริงจังต่อไปทั้งนี้เพื่อให้ผดุงไว้ซึ่งความยุติธรรมในประเทศอันที่จะทำให้เกิดความสุจริตและเที่ยงธรรมในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ๒๕๖๗ อย่างแท้จริง
อนึ่ง เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมาคณะกลุ่ม สว.สำรองกลุ่มนี้ได้ไปเรียกร้องให้ กกต.เร่งรัดในการสอบสวนดำเนินการตรวจสอบคดีการฮั้วและบล็อกโหวตการเลือก สว. มาแล้วและครั้งนี้เป็นการร้องขอให้ DSI เข้ามาร่วมสอบสวนอย่างจริงจังโดยรับเป็นคดีพิเศษซึ่งเชื่อว่า DSI มีข้อมูลชัดเจนเพียงพอที่จะช่วยสนับสนุนให้การสอบสวนโพยฮั้วการเลือก สว. ให้เสร็จสิ้นโดยเร็วได้