เนชั่นทีวี

การเมือง

มิจฉาชีพกลายพันธุ์ หนีล้มเสา ลุยลากสายข้ามแดน!

08 ก.พ. 2568 | ratchata

มิจฉาชีพกลายพันธุ์ หนีล้มเสา ลุยลากสายข้ามแดน!

มิจฉาชีพกลายพันธุ์ "แก๊งคอลเซ็นเตอร์" ไม่ยอมตาย ดิ้นหนีการล้มเสา ลุยลากสายข้ามแดน หลังรัฐบาลไทยเดินหน้าตัดกำลังทุกทาง

หลังจากรัฐบาล โดย “บิ๊กอ้วน ภูมิธรรม” สั่งตัดไฟหล่อเลี้ยงเมืองคอลเซ็นเตอร์ ฝั่งเมียนมา และวันที่ 6 ก.พ.ลงพื้นที่จริงเป็นครั้งแรก 

ทุกฝ่ายยอมรับตรงกัน หากต้องการทลาย “ท่อน้ำเลี้ยงแก๊งคอลเซ็นเตอร์” ให้ได้ผลชะงัดกว่านี้ ต้องตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตให้ได้ผลด้วย 

แต่เราทราบหรือไม่ว่า กสทช. ในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแลเรื่องนี้ ได้ดำเนินการ “ตัดอินเทอร์เน็ตข้ามแดน” มาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 ปี โดย พล.ต.อ.ณัฐธร เพราะสุนทร กสทช.ด้านกฎหมาย นำทัพลุยเอง ลงพื้นที่ชายแดนแทบทุกด้านของประเทศ และดำเนินการ 2 เรื่อง คือ “เสา” กับ “สาย”  อย่างเฉียบขาด 

แต่ปรากฏว่า “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” ก็มีวิวัฒนาการ ไม่ยอมตายง่ายๆ แถมบางช่วงก็แกล้งตาย หลอกคนไทยเสียด้วยซ้ำ
มิจฉาชีพกลายพันธุ์ หนีล้มเสา ลุยลากสายข้ามแดน!

 

เริ่มจาก “มาตราการล้มเสาสัญญาณอินเทอร์เน็ต” 

  • กวดขันจับกุมเสาสัญญาณ และสถานีโทรคมนาคมผิดกฎหมายตามแนวชายแดน 
  • เน้นหนักในพื้นที่ 9 จังหวัด 11 อำเภอ ซึ่งพื้นที่ฝั่งตรงข้ามเป็นเมืองที่มีความเคลื่อนไหวของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ 
  • ใช้เครื่องมือพิเศษและเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ ตรวจจับและดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดอย่างต่อเนื่อง 

มิจฉาชีพกลายพันธุ์ หนีล้มเสา ลุยลากสายข้ามแดน!
นอกจากนั้นยังมีมาตรการควบคุมการตั้งสถานีฐานโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือ Mobile Base Station ในพื้นที่ชายแดน โดยกำหนดระยะ ความสูง และความแรงสัญญาณ เพื่อป้องกันไม่ให้สัญญาณข้ามไปยังฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน 

เมื่อ กสทช.จัดหนัก “เสาสัญญาณ” ปรากฏว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ก็มีวิวัฒนาการ ใช้การ “ลากสายเคเบิล”  หรือ “ไฟเบอร์ออพติก” ข้ามแดนไปแทน ทำให้ กสทช.ต้องปรับมาตรการ และใช้ปฏิบัติการที่เรียกว่า “ระเบิดสะพานโจร” 
มิจฉาชีพกลายพันธุ์ หนีล้มเสา ลุยลากสายข้ามแดน!

มาตรการ “ระเบิดสะพานโจร”

  • พบสายเคเบิลขนาดใหญ่ลากพาดสะพานข้ามแดนโดยผิดกฎหมาย เช่น สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 1 และ 2 ที่แม่สาย เชียงราย และแม่สอด จังหวัดตาก 
  • สายเคเบิลเหล่านี้รองรับผู้ใช้งานเป็นจำนวนมาก ครอบคลุมพื้นที่ฝั่งประเทศเพื่อนบ้านหลายตารางกิโลเมตร และมีคุณภาพสัญญาณที่เสถียร ทำให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ทำงานได้สะดวก 

นอกจากนี้การลักลอบพาดสายจะทำให้การเชื่อมต่อไม่ผ่านเกตเวย์จุดเชื่อมต่อระหว่างประเทศ หรือ IPLC ซึ่งจะทำให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายไม่สามารถตรวจสอบได้ ซึ่งในส่วนนี้ กสทช. และตำรวจ ได้ทำการตัดสัญญาณและดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างเฉียบขาด 

สรุปการลงพื้นที่ต่อเนื่องตั้งแต่ปี 66 ถึงปัจจุบัน ปฏิบัติการทั้ง “เสา” และ “สาย” สรุปพื้นที่และจำนวนครั้ังได้ดังนี้ 

ปี 66-68 

สระแก้ว 2 ครั้ง

  • อ.อรัญประเทศ 

ตาก 2 ครั้ง

  • อ.แม่สอด 

จันทบุรี  2 ครั้ง

  • อ.โป่งน้ำร้อน 

เชียงราย 3 ครั้ง

  • อ.แม่สาย
  • อ.เชียงแสน 
  • อ.เชียงแสน อ.เชียงของ อ.แม่สาย และ อ.เวียงแก่น

ปฏิบัติการ 1 ครั้ง ในพื้นที่

  • จ.ตราด
  • อ.เมือง จ.ระนอง
  • อ.ฉวาง อ.นาบอน จ.นครศรีธรรมราช
  • อ.เมือง จว.มุกดาหาร
  • อ.แกลง จ.ระยอง

มิจฉาชีพกลายพันธุ์ หนีล้มเสา ลุยลากสายข้ามแดน!
มิจฉาชีพกลายพันธุ์ หนีล้มเสา ลุยลากสายข้ามแดน! มิจฉาชีพกลายพันธุ์ หนีล้มเสา ลุยลากสายข้ามแดน!

แฉแท็กติก “แก๊งคอลฯ” โหลดบาลานซ์สู้ระเบิดสะพานโจร 

พล.ต.อ.ณัฐธร บอกว่า เมื่อปฏิบัติการทั้ง “เสา” และ “สาย” โดยเฉพาะระเบิดสะพานโจร ปรากฏว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และเครือข่าย ก็มีการปรับกลยุทธ์ พบความเคลื่อนไหวหลายพื้นที่ เช่น มุกดาหาร, หนองคาย, อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก และน่าจะมีที่ อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย  

วิธีการก็คือ จ้างคนในเครือข่ายให้เช่าบ้าน แล้วทำเรื่องขอใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงทุกค่าย โดยใช้คนในครอบครัวยื่นขอ 

  • พ่อขอเอไอเอส 
  • ลูกขอทรู 
  • แม่ขอ เอ็นที (เน็น NT บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติฯ) 

มิจฉาชีพกลายพันธุ์ หนีล้มเสา ลุยลากสายข้ามแดน!
เมื่อแต่ละค่ายมาติดตั้งแล้ว ก็ทำสิ่งที่เรียกว่า “โหลด บาลานซ์” คือ รวมอินเทอร์เน็ตทุกค่าย แล้วยิงสัญญาณผ่านสายเส้นเดียวข้ามแดน ใช้สายเส้นเล็ก ตรวจสอบยาก ไม่ใช้เคเบิล ทำให้ปฏิบัติการ “ระเบิดสะพานโจร” ทำได้ยากขึ้น  

เพราะการลักลอบพาดสาย จะทำให้การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไม่ผ่าน “เกตเวย์จุดเชื่อมต่อระหว่างประเทศ” หรือ IPLC ซึ่งจะทำให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายไม่สามารถตรวจสอบได้ 

นอกจากนั้น เวลา กสทช.กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ไปปฏิบัติการ เมื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์รู้ ก็จะส่งคนไปตัดสายบริเวณกลางสะพาน แล้วให้พรรคพวกในฝั่งประเทศเพื่อนบ้านดึงสายกลับไปเก็บไว้ แม้ฝ่ายเจ้าหน้าที่จะจับคนตัดสายได้ แต่ก็ไม่ยอมรับตามความจริง กลับสารภาพว่าขโมยสายไปขาย ทำให้คดีไปต่อไม่ได้ หาตัวการไม่เจอ เมื่อเจ้าหน้าที่กลับ ก็ดึงสายมาต่อใหม่ ต้องจัดทีมเฝ้าระวังตลอดพเวลา 
มิจฉาชีพกลายพันธุ์ หนีล้มเสา ลุยลากสายข้ามแดน!
พล.ต.อ.ณัฐธร บอกด้วยว่า การลากสายข้ามแดน ทำให้ประเทศไทยเสียหายหลายอย่าง นอกเหนือจากการนำสัญญาณอินเทอร์เน็ตไปใช้ในการก่ออาชญากรรมแล้ว ยังทำให้ไทยเสียรายได้ เพราะไม่ต้องขอใบอนุญาตจาก กสทช. ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม ไม่ต้องเสียภาษีทุกอย่าง ขณะนี้ กสทช.กำลังเร่งวางมาตรการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดการอย่างเฉียบขาด 

ส่วนเรื่องเสาสัญญาณดาวเทียม และอินเทอร์เน็ต หลังจากออกมาตรการ ปัจจุบันจะไม่เห็นเสาตั้งตามแนวชายแดน หรือบนหลังคาตึกแล้ว แต่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ก็ใช้วิธีหลบเข้าไปอยู่ในบ้าน ทำให้เจ้าหน้าที่ทำงานยาก ต้องใช้การข่าว และต้องขอหมายค้น หรือไม่ก็ใช้วิธีสร้างต่อเติมบ้านขึ้นมาบังเสาเอาไว้ 

นี่คือการบ้านข้อใหญ่ที่ กสทช.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะตำรวจ ต้องจับมือกันแก้ไขต่อไป

มิจฉาชีพกลายพันธุ์ หนีล้มเสา ลุยลากสายข้ามแดน!
ดรีมทีม “ล้มเสา-ตัดสาย” ตัดไลน์อินเทอร์เน็ตข้ามแดน

สำหรับการตัดอินเทอร์เน็ตข้ามแดน อยู่ในอำนาจของ กสทช. โดยเฉพาะ พล.ต.อ.ณัฐธร ซึ่งเป็น “แม่งาน” ในเรื่่องนี้ / และยังเป็นประธานอนุกรรมการ ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนส่วนราชการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะตำรวจ กับ ปปง. 

  • พล.ต.อ.ธัชชัย ปีตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ ผอ. ศปอส.ตร.
  • พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.ไซเบอร์ หรือ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 
  • พล.ต.ต. เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รองเลขาธิการ ปปง.

นี่คือ “ทีมปฏิบัติการ” ที่รู้มือกันเป็นอย่างดี เนื่องจาก พล.ต.อ.ณัฐธร เคยรับราชการตำรวจ และเป็นผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หรือ สตม. มาก่อน จึงรู้เรื่องชายแดน และการสกัดกั้นตามแนวชายแดน แถมยังเคยเป็นผู้บังคับบัญชาของทั้ง พล.ต.อ.ธัชชัย และ พล.ต.ท.ไตรรงค์ มาก่อนด้วย
 

ข่าวล่าสุด