"นายกฯ" ยังกล่าวถึงเรื่องที่เป็นปัญหา ทั้งไทยและจีน คือปัญหาคอลเซ็นเตอร์ ที่ต้องการความร่วมมือซึ่งกันและกัน และแก้ไขปัญหาเหล่านี้ร่วมกัน ร่วมกับ อาเซียน และอาจจะมีการแนะนำเทคโนโลยีซึ่งกันและกัน ในการจัดการกับปัญหาคอลเซ็นเตอร์ และอาชญากรรมออนไลน์ ต่างๆ และในฐานะที่ครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูต ระหว่างไทยกับจีน ก็จะมีการพัฒนาทักษะ และศักยภาพ ของคนร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นโรงงานที่จีนมาจัดตั้ง โดยพัฒนาคนให้มีศักยภาพ พร้อมที่จะทำงานได้ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมแห่งอนาคตต่าง ๆ ซึ่งจะมีการแลกเปลี่ยนกัน รวมไปถึง การหาความรู้เพิ่มเกี่ยวกับประเทศจีน เกี่ยวกับการศึกษาว่าพัฒนาคนของจีนอย่างไร ก็จะนำมาปรับใช้กับคนไทยด้วย
"นายกฯ" กล่าวอีกว่าจะมีการลงนามความตกลง ระหว่างไทย-จีน อย่างน้อย 14 ฉบับ จะสานต่อโครงการถไฟความเร็วสูงระยะที่ 1 และ 2 เพื่อเชื่อมโยงไทย ลาวและจีน รวมถึงสานต่อ เรื่อง โครงการแลนด์บริดจ์ ที่นายศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรีได้เคยทำไว้ ส่วนเรื่องการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมซอฟต์พาวเวอร์ ได้มีโอกาส พูดคุยกับ เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย เพื่อหาแนวทางในการสื่อสารระหว่างคนไทยกับจีนโดยผ่านซอฟต์พาวเวอร์ เพื่อให้มีกิจกรรมร่วมกัน และร่วมเรียนรู้ ซึ่งกันและกัน
นอกจากนี้ จะมีโอกาสพบกับสมาคมธุรกิจไทยจีนและพบภาคเอกชน 2-3 รายด้วย นอกจากนี้ จะพูดคุยถึงขั้นตอนในการดำเนินการรับแพนด้ายักษ์คู่ใหม่จากจีนมายังประเทศไทย
ขณะเดียวกันจะเดินทางไป เมืองฮาร์บิน ซึ่งมีการแข่งขันเอเชียนเกมส์ฤดูหนาว ครั้งที่ 9 ซึ่งมีนักกีฬาไทยเข้าร่วมแข่งขันด้วย จึงจะหาโอกาสไปเยี่ยมเยียนที่บ้านพักนักกีฬาไทยและให้กำลังใจด้วยตัวเอง