เนชั่นทีวี

การเมือง

แย้ม"ร่างกม.เอ็นเตอร์เทนเมนต์ฯส่อไม่เขียนครอบคลุมพื้นที่"กาสิโน" 10 %

27 ม.ค. 2568 | thamsathit_pol

แย้ม"ร่างกม.เอ็นเตอร์เทนเมนต์ฯส่อไม่เขียนครอบคลุมพื้นที่"กาสิโน" 10 %

"จุลพันธ์" รับอาจไม่เขียนกฏหมายครอบคลุมกำหนดพื้นที่ กาสิโน 10 % ใน"เอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์" ชี้ ยังไม่รู้สถานการณ์อนาคตสังคมข้างหน้า บอกผลโผลคนค้าน แค่เรื่อง"พนันออนไลน์ ขอแยกประเด็นให้ชัด 

27 มกราคม 2568   ที่ทำเนียบรัฐบาล "นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์" รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ ถึงกรณีโครงการเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ ได้มีการพูดคุยกับกฤษฎีกา ซึ่งมีความคืบหน้าอย่างไรบ้างว่า ในฐานะที่กำกับดูแล ได้ชี้แจงทั้งหลักคิดและแนวทางอย่างชัดเจนแล้วว่า "เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ คอมเพล็กซ์"เป็นส่วนประกอบในการรวมธุรกิจหลายประเภท และมีกาสิโน เพื่อเป็น สร้างเม็ดเงินลงทุน และการกระตุ้นเศรษฐกิจ  ให้เกิดการท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น โดยมีรายจ่ายต่อหัวของนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ รวมถึงกำกับดูแลการพนันผิดกฎหมาย ตนก็ได้ชี้แจงไปหมดแล้ว

ต้องขอบคุณกฤษฎีกา ที่ดำเนินการ ที่ได้นำความคิดเห็น เข้าไปพิจารณา ซึ่งตนเองก็เสนอให้ มีตัวแทนของฝ่ายบริหาร เข้าไป ร่วมการประชุมด้วยทุกครั้ง เพื่อให้หลักการและแนวคิดยังคงอยู่ รวมถึงสิ่งที่สื่อและสังคม อาจจะเข้าใจผิด ไปมองเปรียบเทียบ กับสถานที่การพนันหรือกาสิโนในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งไม่ใช่เลย เพราะของเราเราคือเอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ ที่เปรียบเทียบกับสิงคโปร์และสหรัฐอเมริกา ที่รัฐบาลต้องการสร้างเม็ดเงินเพื่อให้เกิดจุดเปลี่ยนของประเทศไทย ที่ยังตกหล่น ในเรื่องการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจมายาวนาน ซึ่งประเทศและประชาชนกำลังรอลืมตาอ้าปาก  

จึงพยายามผลักดัน และตั้งเป้าว่าการเติบโตเศรษฐกิจของประเทศไทย จะต้องโตอย่างต่ำเฉลี่ยอยู่ที่ 5% ดังนั้นกลไกของ "เอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์" จะเป็นหนึ่งส่วนที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ทำให้คนไทยได้รับประโยชน์ จึงเป็นสิ่งที่รัฐบาล บรรจุลงไปในนโยบาย ที่แถลงต่อรัฐสภาไปเรียบร้อยแล้ว ถือเป็นหนึ่งนโยบายหลักที่ต้องเดินหน้า โดยถือเป็นเรื่องดีที่ได้ไปชี้แจงกับคณะกรรมการกฤษฎีกา ก็ถือว่าเข้าใจตรงกัน 

ส่วนกรณีที่"นิด้าโพล"เผยผลสำรวจระบุว่าประชาชนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย กับ "เอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์" จะต้องมีการชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนอย่างไรบ้าง "นายจุลพันธ์"  กล่าวว่า กระบวนการทางกฎหมาย ผ่านการทำประชาพิจารณ์มาเรียบร้อยแล้ว พบว่าเห็นด้วย 80% เรื่องของโพลที่ออกมา ก็ต้องพูดให้ชัดว่าเขาพูดแค่เรื่อง"พนันออนไลน์" ซึ่งไม่ใช่เรื่อง"เอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์" ขอให้แยกประเด็นให้ชัด แต่ก็เข้าใจว่าความเห็นคัดค้านในสังคม ไม่ได้เห็นชอบตรงกันหมด แต่ไม่ใช่สิ่งที่ทำโพลออกมาย้ำว่าเป็นคนละประเด็น 

 "นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์" รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

ส่วนที่มีความเป็นห่วงเรื่อง"พนันออนไลน์"นั้น รัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวง ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ไปศึกษา ปัญหา เรื่องของ อาชญากรรมไซเบอร์และคอลเซ็นเตอร์ รวมถึงเรื่องอื่นๆ ก่อนเสนอกลับมาที่ครม. ประกอบ ป.ป.ช. ก็ได้มีการศึกษาเรื่องนี้เช่นกัน เมื่อครม.รับทราบ และส่งมอบให้กับกระทรวงดิจิทัลฯ และมหาดไทย คณะกรรมการกฤษฎีกา ไปประชุมร่วมกัน เพื่อยกร่างขึ้นมา ขณะนี้ยังอยู่ในกระบวนการยกร่างอยู่ ก่อนส่งกลับมาให้คณะรัฐมนตรีเห็นชอบอีกครั้ง ดังนั้นยังมีระยะเวลาและต้องรอฟังความชัดเจน

เมื่อถามว่ากฤษฎีกามีความเป็นห่วงและท้วงติง ในเรื่องใดบ้าง "นายจุลพันธ์" กล่าวว่า กฤษฎีกามีความเป็นห่วงอยู่ 2 เรื่องคือ เรื่องของคอนเซ็ปต์  แต่ได้ชี้แจงว่ามันเป็นโมเดลธุรกิจหนึ่ง ที่ต่างประเทศใช้กัน ซึ่งหลายธุรกิจที่สร้างสถานที่เพื่อปล่อยเช่า ไม่ว่าจะ จะเป็นสนามกีฬาห้างโรงแรม รวมถึงกาสิโน จะอยู่แยกกันไม่ได้ เพราะธุรกิจบางประเภทเช่นสนามกีฬาในร่ม เราก็อยากได้พอจะดึงดูดนักท่องเที่ยวระดับโลก สถานที่แบบนี้ลงทุนโดยรัฐเอง ถามว่าเอกชนที่ไหนจะลงทุน นั้นไม่มี เพราะการลงทุนที่ไม่คุ้มทุนทางมูลค่า ดังนั้น ให้เอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ เป็นการดึงลงทุน เพื่อเกิดสิ่งใหม่ เกิดการพัฒนา เกิดธุรกิจ ที่รัฐบาล มองว่าจะ เติบโตและสร้างเม็ดเงินได้ 

แย้ม"ร่างกม.เอ็นเตอร์เทนเมนต์ฯส่อไม่เขียนครอบคลุมพื้นที่"กาสิโน" 10 %

"นายจุลพันธ์" กล่าวว่า ประเด็นที่สองคือเรื่องสำนักงาน ที่กฤษฎามีข้อห่วงใยว่า จะมีสำนักงานกี่ชั้น ซึ่งเป็นเรื่องข้อกฎหมาย บางคนก็ห่วงเรื่องทุนจีน และห่วงเรื่องการพนันผิดกฎหมาย ซึ่งมีกลไกสำนักงานที่จะมาคอยกำกับดูแลในเรื่องนี้ 

เมื่อถามถึงสัดส่วนของพื้นที่กาสิโนจะอยู่ที่ 10% ใช่หรือไม่ "นายจุลพันธ์" กล่าวว่า เรื่องนี้มีการหารือว่าจะเขียนหรือไม่เขียน ซึ่งในการยกร่าง ของกระทรวงการคลัง เราก็รู้ว่าไม่ควรเกิน 3-5 % แต่ถ้าถามว่าจะเขียนลงไปหรือไม่นั้น ยอมรับว่ายาก เพราะไม่ได้มีจุดเดียว เพราะปีนี้หรืออีก 10 ปีข้างหน้ายังไม่รู้สถานการณ์สังคมจะเป็นยังไงบ้าง ซึ่งต้องให้อำนาจกับคณะรัฐมนตรี หรือคนที่กำกับดูแล ในอนาคต ได้คิดวิเคราะห์และตัดสินใจได้ในระดับหนึ่ง การไปเขียนกฎหมายเพื่อบังคับปิดกั้นสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนั้นไม่ได้ ซึ่งสุดท้ายกระบวนการทั้งหมดจะต้องโปร่งใส เปิดกว้างในข้อเสนอ

เมื่อถามว่า ที่ให้เวลากฤษฎีกา 50 วัน จะทันสมัยประชุมนี้หรือไม่ นายจุลพันธ์ เชื่อว่ากรอบเวลาจะไม่นานเท่าที่คิด เพราะมีการเดินหน้าอย่างรวดเร็ว แต่ไม่ได้หมายความว่า จะไปกำหนดเวลาว่ากี่วัน กี่วัน พร้อมเชื่อว่าหากเห็นประโยชน์ร่วมกัน การดำเนินการจะราบรื่น รวมถึงพรรคฝ่ายค้านที่อาจจะมีความเห็นแตกต่าง สุดท้ายจะโหวตให้หรือไม่ นั้นก็เป็นเอกสิทธิ์ และเมื่อมีการตั้งคณะกรรมการวิสามัญขึ้นมา เชื่อว่าจะมีการส่งเข้ามาพิจารณาเพื่อเกิดความรอบคอบ และเกิดประโยชน์สูงสุด 

 

ข่าวล่าสุด