3.นักกฎหมายรายนี้ยังเชื่อว่า การขยับเรื่องอัลไพน์ เป็นเพียง “การละคร” เพื่อต่อรอง และชิงไหวชิงพริบทางการเมือง เหมือนกับช่วงที่มีการเปิดข้อมูลกรมที่ดินไม่เพิกถอนเอกสารสิทธิ์ที่ดินเขากระโดง
จากนั้นสองหน่วยงาน คือ การรถไฟฯ กับกรมที่ดิน ก็เล่นละครให้สังคมได้ชมกันเป็นฉากๆ ออกแถลงการณ์โต้กันไปมา จนสังคมหลงประเด็นว่าสองหน่วยงานนี้ทะเลาะกัน แต่ประเทศไทยไม่ได้ที่ดินคืนเป็นของรัฐ (คือดูละครจนเพลิน อ้าปากค้าง แต่ความจริงไม่มีอะไรคืบหน้าเลย)
แท้ที่จริงแล้ว ถ้าการรถไฟฯ ฟ้องศาลยุติธรรมโดยตรง ทุกอย่างก็จะจบ โดยเฉพาะที่ดินแปลงใหญ่ๆ สำคัญๆ ที่ตระกูลการเมืองครอบครองอยู่ ซึ่งจากการลงพื้นที่พบว่า อยู่ติดกับที่ดิน 2 แปลงที่ศาลฎีกามีคำพิพากษา และบังคับคดี ถูกขับไล่เพิกถอนโดยกรมที่ดินไปหมดแล้วนั่นเอง
ฉะนั้นหากมีการยื่นฟ้อง ก็จะไม่มีข้ออ้างอื่นได้เลย นอกจากถูกขับไล่เท่านั้น แต่การรถไฟฯกลับเลือกไปฟ้องศาลปกครอง บังคบให้กรมที่ดินเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ ทั้งที่ไม่มีความจำเป็นเลย ทำให้เสียเวลาไปอย่างน้อยๆ 2 ปี
แถมกรมที่ดินยังอ้างคำสั่งศาลปกครอง ตั้งคณะกรรมการสอบสวน ตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ออกคำสั่งทางปกครองมาใหม่ อ้างว่าแผนที่ที่การรถไฟฯ ใช้ไม่ตรงกับพื้นที่จริงอีก แถมท้าให้การรถไฟฯ ไปฟ้องร้องเองซึ่งการรถไฟฯ ก็ทำท่าจะไปฟ้องศาลปกครองซ้ำอีก ทั้งๆ ที่ฟ้องศาลยุติธรรมเลยก็จบ
ทั้งหมดนี้จึงเชื่อว่าเป็น “การละคร” ของพรรคการเมือง 2 พรรค เพื่อต่อรอง และสุดท้ายก็เอื้อประโยชน์กันในที่สุด โดยประชาชนอย่างเราๆ ก็ได้แต่มองตาปริบๆ