"นายรังสิมันต์" ยังระบุอีกว่า ในภาพรวมที่เกิดขึ้นตนเองเห็นว่า รัฐบาลไทย เสียเหลี่ยมทางการเมืองกับเมียนมา ซึ่งไปทำลายโอกาสธุรกิจไทย และทำให้ 4 ลูกเรือไม่สามารถกลับสู่ประเทศไทยได้โดยเร็ว
ส่วนปัญหาที่รัฐบาลไทยไม่สามารถแสดงบทบาทการกดดันทางการเมียนมา จะเกี่ยวข้องกับการที่ 4 ลูกเรือไทยไปละเมิดกฎหมายของเมียนมาด้วยหรือไม่นั้น นายรังสิมันต์ เห็นว่า การบอกว่าละเมิดกฎหมายนั้น จะต้องไปดูในรายละเอียดว่า ละเมิดกฎหมายใดบ้าง อย่างการล่วงล้ำเขตแดน แต่เขตแดนดังกล่าว ยังเป็นพื้นที่ทับซ้อน และยังไม่มีความชัดเจน และแม้จะเป็นพื้นที่ของเมียนมา แต่เหตุการณ์การยิงของกองทัพเรือเมียนมาที่เกิดขึ้น กับความเสียหายที่เกิดขึ้นกับลูกเรือไทยนั้น รัฐบาลเมียนมา ไม่ต้องรับผิดชอบกับความเสียหายที่เกิดขึ้นใช่หรือไม่ และเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุหรือไม่ และมากไปกว่านั้น หากพิจารณาไปถึงการให้ความช่วยเหลือเรื่องคดีความเพื่อให้เกิดการต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ตามกระบวนการศาลยุติธรรม ซึ่ง
ตนเองยังไม่แน่ใจว่า กระบวนการทางกฎหมายของเมียนมาเป็นอย่างไร แต่การให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมายของรัฐบาลต่อ 4 ลูกเรือ ได้ทำเต็มที่แล้วหรือยัง ซึ่งทั้งหมด ไม่ได้เห็นความพยายามของรัฐบาล และทั้ง 4 คน ถูกตัดหางปล่อยวัด ล่องลอยตามความเมตตาของทางการเมียนมา
"นายรังสิมันต์" ยังเปิดเผยด้วยว่า การประชุมคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 9 มกราคมนี้ กรรมาธิการฯ จะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงการต่างประเทศ, กองทัพเรือ ฯลฯ มาติดตามความคืบหน้า ปัญหาและอุปสรรค หลังจากที่มีรายงานว่า ทางการเมียนมาจะปล่อยตัว 4 ลูกเรือไทยหลังปีใหม่นี้