ต้นเหตุของปัญหาอยู่ที่แนวเขต "นิคมสร้างตนเองฯ" ไม่ชัดเจน บางส่วนทับซ้อนกับพื้นที่ป่า ซึ่งกรมป่าไม้ประกาศเขตป่าสงวนแห่งชาติ (ป่าลำน้ำน่านฝั่งขวา) ทับซ้อนกับแปลงที่ดินบางส่วนในพื้นที่นิคมฯ ทำให้ไม่สามารถออกหนังสือแสดงการทำประโยชน์ในที่ดินนิคมสร้างตนเอง (น.ค.3) เพื่อเป็นหลักฐานนำไปออกเอกสารสิทธิ์ที่ดิน คือ "โฉนด" ได้
จริงๆ แล้วปัญหานี้เป็นปัญหาของ "ที่ดินนิคมสร้างตนเอง" บางส่วน เนื้อที่ราวๆ 9,800 ไร่ จากทั้งหมดกว่า 2 แสนไร่ แต่พื้นที่ของราษฎรชาวท่าปลา 1,013 รายไม่ได้มีปัญหา พิสูจน์แนวเขตได้ แต่กลับถูกนำไปพ่วงรวมกับที่ดินนิคมฯทั้งหมด ทำให้การแก้ไขปัญหาล่าช้า
ที่ผ่านมา นายศรัณย์วุฒิ ในฐานะ สส.อุตรดิตถ์ เขตอำเภอท่าปลา ได้เคลื่อนไหวช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะรอบล่าสุดตั้งแต่ปี 2554 เพื่อเรียกร้องสิทธิ์ในที่ดินทำกิน พาชาวท่าปลาไปพบรัฐมนตรีหลายกระทรวงใน"รัฐบาลลุงตู่"
กระทั่งวันที่ 10 สิงหาคม 2565 "สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม" หรือ "ส.ป.ก." ได้มีหนังสือยืนยันแนวเขตว่า ที่ดินของชาวบ้านท่าปลา 1,013 ราย ไม่ได้ทับซ้อนกับที่ดินรัฐ สามารถออกเอกสารสิทธิ์ได้เลย แต่เรื่องก็ยืดเยื้อมา เพราะถูกนำไปรวมพิจารณากับที่ดินของนิคมสร้างตนเองทั้งหมด ที่ผ่านมามีความพยายามตั้งคณะทำงานขึ้นมาปรับปรุงแนวเขต และผลักดันร่างพระราชกฤษฎีจัดตั้งนิคมสร้างตนเอง ให้เข้า ครม.โดยเร็วที่สุด แต่ก็ติดปัญหาหลายอย่าง และติดเลือกตั้ง จึงล่าช้ามาเรื่อยๆ
กระทั่งวันที่ 30 พฤศจิกายน 2566 อดีตนายกฯเศรษฐา ทวีสิน ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้ลงพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ ปรากฏว่า นางสาวรสรินทร์ ศรัณย์เกตุ ลูกสาวนายศรัณย์วุฒิ ซึ่งลงสมัคร สส.แต่สอบตก ได้พาชาวบ้านท่าปลา ไปชุมนุมเรียกร้องให้นายกฯเร่งแก้ปัญหาที่ดินทำกินในกรณีนี้ ปรากฏว่า "อดีตนายกฯเศรษฐา" ได้รับเรื่องเอาไว้ และสั่งให้แก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน
ทุกอย่างคืบหน้าไปอย่างช้าๆ กระทั่งวันที่ 7 พฤศจิกายนปีที่แล้ว มีการประชุมคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ หรือ คทช. และมีมติให้จัดการปัญหานี้ ข่าวล่าสุดแจ้งว่า ปัญหาแก้จบแล้ว และจะนำเรื่องเข้า ครม.วันที่ 7 มกราคม คือ วันอังคารหน้า
ตอนนี้ชาวท่าปลากำลังลุ้นว่า จะได้สิทธิในที่ดินทำกินหรือไม่ หลังจากต้องรอมานานถึง 56 ปี