สำหรับการเมืองก็ไม่มีปัญหา พรรคร่วมรัฐบาลก็เหมือนเดิม อาจจะไม่เห็นด้วยกันบ้างก็เป็นเรื่องธรรมดา ยังไงก็ต้องอยู่ด้วยกันจนจบ จนครบเทอม หากไม่ครบก็จะเหลือประมาณสามถึงสี่วัน ว่ากันตามกติกา ส่วนการปรับคณะทำงานหรือไม่ก็แล้วแต่ท่านนายกฯ
คำวิจารณ์ที่ว่ารัฐบาลจะอยู่ไม่นาน มันก็มี "ไอ้ห้อยไอ้โหนอยู่เยอะ" ก็ต้องดูตามหลักความเป็นจริง ทั้งนี้ไม่เห็นมีอะไรต้องกังวล บางครั้งการเขียนข่าวก็อาจจะมีการเติมเพิ่มขึ้น เชียร์ฝั่งใดฝั่งหนึ่ง ก็อาจทำให้เกิดความขัดแย้งเหมือนจะออกรบแต่จริง ๆ แล้วมันไม่มีอะไร
อย่างที่ตนไปตีกอล์ฟกับ "อนุทิน" ก็เป็นข่าว เป็นเรื่องเป็นราว แต่ความจริงแล้วก็ไม่มีอะไร ตนเป็นคนไม่มีความลับก็เลยไม่มีปัญหา ยิ่งตอนนี้ ตนไม่มีงานทำตกงานอยู่ก็สบาย
ทั้งนี้ นายทักษิณ ได้กล่าวถึงจังหวัดเชียงใหม่ว่า เมืองเชียงใหม่ในอดีตธุรกิจไม่ค่อยแข็งแรง คนมาลงทุนโปรเจคขนาดใหญ่ก็เสียหายไปมาก เพิ่งจะมาดูดีตอนที่ตนเป็นนายกรัฐมนตรี แต่หลังจากนั้นก็แย่ลงมาเรื่อย ๆ จุดแข็งของเชียงใหม่มีอยู่สามเรื่องที่ต้องทำก็คือ เรื่องของธรรมชาติที่ต้องรักษาไว้ เรื่องฝุ่นควันต้องแก้แก้ไขให้ได้ เรื่องของวัฒนธรรมก็ต้องปรับปรุงให้เป็นเป็นมรดกโลกต่อไป เรื่องของคนเชียงใหม่เป็นคนที่มีน้ำจิตน้ำใจเป็นห้องรับแขกบ้านเมืองได้ การพัฒนาซอฟพาวเวอร์เชียงใหม่ด้วย
ส่วนชาวเชียงใหม่ที่บอกว่าตนไม่ค่อยได้มาเที่ยวนั้น ปีต่อไปตนคงมาบ่อยขึ้น ตอนนี้คล่องตัวขึ้น แต่ในช่วงแรกที่ผ่านมา งานเยอะ หลายคนไม่ได้เจอกัน 10 กว่าปีก็แวะมาหากัน ก็อาจจะเสียเวลาไปมาก บางวันมีนัดถึง 10 นัดจนลืมว่าตัวเองอายุ 75 ต่อไปก็อาจจะเที่ยวมากขึ้นแต่เที่ยวเพื่อมองหาว่ามีปัญหาอะไรบ้าง