นอกจากนี้ "นายกรัฐมนตรี" ยังได้สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงต่างประเทศ เร่งจัดทำข้อตกลงการค้าเอฟทีเอ ไทย-เปรู หลังจากนายกรัฐมนตรีเดินทางกลับจากกรุงลิมา ประเทศเปรู ซึ่งปัจจุบันข้อตกลงเอฟทีเอ ดำเนินการไปแล้วกว่า 70% ก็ขอเร่งให้ครบ 100% ปีหน้า เพื่อให้เกิดการค้าระหว่างสองประเทศได้ โดยเฉพาะการลงทุนในส่วนเกี่ยวข้อง เช่น สินค้าการเกษตรของไทย พร้อมกันนี้ ยังสั่งการให้ กระทรวงคมนาคม หาความร่วมมือในการวางยุทธศาสตร์การขนส่งสินค้าจากโครงการแลนด์บริดจ์ของไทย และท่าเรือชานคายของเปรู ถ้ามีการเชื่อมโยงระหว่างแลนด์บริดจ์ไปจนถึงเปรู ผ่านท่าเรือแห่งนี้ จะสามารถดำเนินการได้อย่างไรบ้าง
"นายกฯ" ยังสั่งการให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประสานกับกูเกิ้ลในเรื่องของความปลอดภัยในระบบไซเบอร์ เพื่อลดปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ที่เกี่ยวข้องกับออนไลน์ของไทย เพราะทุกวันนี้ประชาชนยังมีข้อกังวล ก็กำชับให้ส่วนราชการเร่งจับกุม
นอกจากนี้ ยังขอให้กระทรวงต่างประเทศ กระทรวงวัฒนธรรม เร่งหาความร่วมมือกับบริษัทภาพยนตร์ของต่างประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา เพื่อยกระดับและทักษะในการผลิต ซึ่งที่ผ่านมาสหรัฐฯ ก็มาผลิตและใช้สถานที่ท่องเที่ยวในไทย เป็นที่ถ่ายทำ
อย่างไรก็ตาม "นายกฯ" ได้สั่งการให้ทุกกระทรวงที่มีสำนักงานอยู่ในต่างประเทศ รวมถึงสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใน ได้บูรณาการทำงานร่วมกันในฐานะทีมไทยแลนด์ โดยดึงนักลงทุนจากต่างประเทศเข้าประเทศไทย พร้อมกับกำชับให้ส่วนราชการต่างๆ ช่วยกันกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำนโยบายต่างๆออกมาให้กับประชาชนได้สัมผัส โดยเชื่อว่าปีหน้าเศรษฐกิจของไทยจะดีขึ้น