"นายนพดล" สงสัยว่า นี่เป็นเจตนาของกลุ่มคนที่หวังผลทางการเมือง เพื่อทำลายเสถียรภาพรัฐบาลก็มี ไปผูกประเด็นทึกทักเอาเอง ว่าเราไปยอมรับการประกาศเขตไหล่ทวีปของกัมพูชา ทั้งที่ไม่มีข้อความใดยอมรับ และขณะเดียวกัน ในข้อ 5 ของ MOU ระบุไว้ชัด ว่า "ไม่กระทบสิทธิของทั้งสองประเทศในการประกาศเขตไหล่ทวีป"
"เรื่องนี้เป็นประเด็นทางการเมือง กราบเรียนว่ารัฐบาลนี้รักชาติ และจะปกป้องผลประโยชน์ของไทยได้ดีที่สุด…"
นอกจากนั้น "นายนพดล" มองว่า เรื่องนี้มี "กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย" คอยดูแล ซึ่งถือเป็น "ที่ปรึกษา" กฎหมายระหว่างประเทศของรัฐบาล เชื่อว่าในกรมนี้ มีนักกฎหมายมือ 1 ของประเทศ ด้านกฎหมายระหว่างประเทศอยู่ในนี้ เขาเป็นข้าราชการที่รักชาติ รักแผ่นดิน เขาไม่มีทางปล่อยให้รัฐบาลไปทำอะไรที่ไม่ชอบมาพากล หรือทำให้ประเทศเสียประโยชน์ หากไม่เชื่อนักการเมือง ก็ขอให้มองว่ามีข้าราชการที่พร้อมจะรักษาผลประโยชน์แห่งชาติ เขาไม่ยอมทำคำสั่งนักการเมืองที่ไม่ถูกต้องแน่นอน
สุดท้าย "นายนพดล" กล่าวว่า ประชาธิปไตย จะงอกงามได้ เพราะ ความจริง ไม่ใช่ เพราะ ความเท็จ ห่วงเรื่องการบิดเบือนความจริง และ ก็ตกเป็นผู้ประสบภัยมาแล้ว เป็นเหยื่อที่ถูกโจมตีว่าขายชาติ ทำให้ประเทศเสียประโยชน์ แต่ความจริง “7 ปี อันเจ็บปวด” ก็ได้พิสูจน์แล้วว่า
"นายนพดล คือ คนที่ปกป้องดินแดนไทย ถ้าไม่เชี่อต้องไปอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ที่ยกฟ้องผม และบอกว่าสิ่งที่ผมทำนั้นถูกต้อง และประเทศไทยได้ประโยชน์ สิ่งนี้ยังไม่เพียงพอหรือ ถึงทำให้คนมาแซะผม กระแนะกระแหนผม ว่าเขาพระวิหารเป็นอย่างไร ก็เป็นแบบที่ผมปกป้องดินแดนนั่นแหละครับ..."
ชมคลิปรายการ >>>> นพดลเปิดใจ 7 ปี อันเจ็บปวด