ที่อาคารรัฐสภา นายชีวภาพ ชีวะธรรม ประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมวุฒิสภา กล่าวถึง การตรวจสอบไร่เชิญตะวัน สถานปฏิบัติธรรมของท่านว. วชิรเมธี ยืนยันว่าคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้รับมา2 เรื่องคือไร่เชิญตะวันและที่ดินของนายกันต์ กันตถาวร ที่เชียงใหม่ ซึ่งคนที่มายื่นร้องก็ได้มีการส่งไปยังหน่วยงาน อื่นๆด้วย ทั้งกระทรวงทรัพย์ฯ กรมป่าไม้และ DSI ซึ่งกรรมาธิการเป็นหน่วยงานประสานปฏิบัติ ติดตามสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อให้เกิดความกระจ่างชัดต่อประชาชน
ซึ่งเรื่องนี้ประชาชนติดตามว่าผิดถูกอย่างไร และยืนยันว่าเราทำงานตรงไปตรงมาทำให้เกิดความกระจ่างและทำให้เกิดความเป็นธรรม
ส่วนกรณีไร่เชิญตะวันแม้จะเป็นป่าสงวนแต่ก็สามารถขออนุญาตเข้าไปได้เพราะมีสำนักสงฆ์มีวัดทั่วประเทศที่ใช้ป่าสงวน เป็นเรื่องปกติเพราะเราเป็นพุทธมามกะ เราเข้าใจว่าสำนักสงฆ์เป็นภารกิจในการส่งเสริมการเผยแพร่พระพุทธศาสนา แต่ความผิดถูกอย่างไรก็คงต้องรอให้ทางกรมป่าไม้ตรวจสอบ และในส่วนกรรมาธิการก็จะประสานคู่ขนาน
ส่วนที่กรมป่าไม้มีความคืบหน้าในเรื่องของการตรวจสอบจะมีการเชิญมาหรือไม่ นายชีวภาพ กล่าวว่า ตนเชื่อมั่นว่าอธิบดีกรมป่าไม้เอาจริงเอาจัง เมื่อเปรียบเทียบกับเหตุการณ์พระใหญ่ที่จ.ภูเก็ต ก็เป็นลักษณะเดียวกัน หากเจอว่าบุกรุกที่ป่าสงวนก็ต้องแจ้งความดำเนินคดี ซึ่งก็ต้องดูว่าใครเป็นผู้กระทำ หากไร่เชิญตะวันทำเช่นนั้นด้วยก็ต้องดูว่าใครเป็นผู้กระทำ แต่จะไปสรุปว่าเป็นท่านว.วชิรเมธี เป็นผู้กระทำคงยังสรุปไม่ได้ ทั้งนี้หากกรมป่าไม้สรุปความชัดเจนออกมาแล้ว เราก็จะติดตามเอาประเด็นนั้นมาเปรียบเทียบกับสิ่งที่ประชาชนส่งข้อมูลเข้ามาให้กรรมาธิการ ถ้าหากกรมป่าไม้ตรวจสอบแล้วยืนยันแล้วว่าถูกต้อง ก็ไม่เป็นไร เราก็จะทำการชี้แจงกับผู้ร้องเรียนและประชาชนให้เข้าใจ