นายประสิทธิ์ กล่าวว่า วันนี้เป็นการเริ่มต้นตรวจสอบโดยเป็นตรวจแนวขอบเขตที่ทางเจ้าหน้าที่ของทาง "ไร่เชิญตะวัน" นำชี้ตรวจก่อน ยังไม่สามารถสรุปหรือชี้ได้ว่าจะมีการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนหรือไม่ ซึ่งตอนนี้ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ซี่งต้องสำรวจพื้นที่โดยรอบทั้งหมดก่อน ซึ่งแต่ละจุดมีหลักหมุดไม่เหมือนกัน ต้องหาค่าพิกัดทั้งหมดแล้วนำมาประเมินผลอีกครั้งซึ่งอาจใช้เวลาในการตรวจสอบอย่างน้อย 1-2 วัน แต่หากพบว่าเข้าข่ายมีการบุกรุก ก็จะมีการดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่ต้องรอผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการก่อน
ด้าน พ.ต.ท.ยศวัฒน์ กล่าวว่า ขั้นตอนแรกเราต้องทราบก่อนว่าพื้นที่ของไร่มีขอบเขตอยู่แค่ไหน จึงต้องลงพื้นที่เข้ามาสำรวจ เพื่อได้พิกัดตำแหน่งชัดเจนตามที่ทางเจ้าหน้าที่ของทางไร่นำชี้ จากนั้นก็จะนำมาเทียบเคียงกับภาพถ่ายของกรมป่าไม้ว่ายังอยู่ในขอบเขตที่ขออนุญาตไว้หรือไม่ หรือมีส่วนไหนเกินออกมาบ้าง ซึ่งเรื่องนี้จะพิสูจน์ได้ต้องรอผลตรวจการใช้ที่ดินจริงทั้งหมดออกมาก่อนจึงจะสรุปออกมาเป็นรายวันว่าจะมีผลออกมาตามที่มีข้อสงสัยตามสื่อต่างๆหรือไม่ต่อไป
จากข้อมูลพบว่าทางไร่เชิญตะวัน โดยมูลนิธิวิมุตตยาลัย ได้ขอใช้ประโยชน์ในที่ดินป่าสงวนแห่งชาติดอยปุย กับทางจังหวัดเชียงราย ซึ่ง นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้ทำหนังสือขออนุญาตเข้าทำประโยชน์หรืออยู่ อาศัยภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เองจำนวน 113 ไร่ 1 งาน82 ตารางวา
ให้ใช้พื้นที่ได้ตั้งแต่วันที่ 13 มีนาคม 2566 จนถึงวันที่ 12 มีนาคม 2596 เพื่อใช้เป็นสถานที่ตั้งมหาวิชชาลัยพุทธเศรษฐศาสตร์ ธรรมสมโภช 750 ปี รัตนบุรีเชียงราย โรงเรียนชาวพุทธเศรษฐศาสตร์และเพื่อใช้เป็นสถานที่วิปัสสนากรรมฐาน
นอกจากนี้กรมป่าไม้ยังมีการอนุญาตให้สำนักพุทธศาสนาแห่งชาติ ใช้ประโยชน์ในที่ดินบริเวณติดกันอีก 2 แปลง เพื่อสร้างศูนย์วิปัสสนาสากลไร่เชิญตะวัน จำนวน 11 ไร่ 3 งาน 1 ตารางวาและเป็นสถานที่จัดตั้งวัดไร่เชิญตะวัน อีก 14 ไร่ 3 งาน 17 ตารางวา
โดยอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ตั้งแต่วันที่ 23 พฤศจิกายน 2566 ไปจนถึง 22 พฤศจิกายน 2596 ทำให้มีพื้นที่อนุญาตในพื้นที่อย่างถูกต้องรวมทั้งสิ้นประมาณ 140 ไร่
หลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะมีการสำรวจด้วยว่าการขออนุญาตใช้พื้นที่ในปี 2566 มีการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ตรงตามที่ขอหรือไม่ หากพบว่ามีรุกป่าเกินไป จะต้องยึดพื้นที่คืนและปลูกป่าทั้งนี้
หากผิดจริงจะแจ้งความเอาผิดฐานบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ถ้าได้กระทําเกิน 25 ไร่ โทษจําคุกตั้งแต่ 4-20 ปี และปรับตั้งแต่ 200,000-2,000,000 บาท