“ชูศักดิ์” ลุ้นสภาพิจารณาพรุ่งนี้ ไม่น่าเลื่อนต่อไปอีก
"นายชูศักดิ์ ศิรินิล" รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานประธาน กมธ. วิสามัญศึกษาพิจารณาแนวทางการตรา พ.ร.บ. นิรโทษกรรม ที่จะมีการเสนอผลการศึกษาเข้าสู่วาระการพิจารณาของที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวันพรุ่งนี้ ( 17 ต.ค.) ว่า ทางคณะกรรมาธิการ ยังคงยืนยันว่าควรจะพิจารณาผลการศึกษาในวันที่ 17 ต.ค. เนื่องจากรายงานดังกล่าวมีการเลื่อนเสนอสภาฯมาแล้ว 2 ครั้ง เกรงจะสร้างความสับสนว่าที่เลื่อนไปเป็นเพราะอะไร เราอยากชี้แจงให้ทุกฝ่ายเข้าใจเหมือนๆกัน กับผลการศึกษา แต่เท่าที่ฟังดูเหมือนกับมีความสับสนอยู่ว่าการพิจารณารายงานเป็นการพิจารณากฎหมายทั้งที่ไม่ใช่การพิจารณากฎหมายแต่อย่างใด เป็นเพียงการพิจารณารายงานการศึกษาแนวทางการตรากฎหมาย ว่าควรมีแนวทางอย่างไรเท่านั้น ยืนยันไม่ใช่ยกเลิกกฎหมาย ไม่ใช่แก้ไขกฎหมาย ไม่ใช่ว่าควรนิรโทษหรือไม่ควรนิรโทษมาตรานั้นมาตรานี้ ผลของรายงานที่จะเสนอสภาฯ มีเพียงรับทราบการศึกษาของคณะกรรมาธิการฯ
ส่วนท้ายที่สุดจะเป็นอย่างไร จะยกร่างกฎหมายอย่างไร จะเสนอกฎหมายนิรโทษกรรมแบบไหน เป็นเรื่องของคนที่มีอำนาจเสนอกฎหมาย ยืนยันไม่ได้ยกเลือก ไม่ได้แก้ ไม่ได้เปลี่ยน กฎหมายต่างๆ ยังมีอยู่เหมือนเดิม เช่น มาตรา 112 ยังมีอยู่เหมือนเดิม ไม่ได้แตะต้อง จึงเห็นว่าเรื่องนี้ควรจะพิจารณาต่อไป เพราะสภาฯเพียงแค่รับทราบ ส่วนจะดำเนินการอย่างไรต่อเป็นเรื่องของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะพิจารณาต่อไป
"ผู้นำฝ่ายค้าน" หวัง สภาฯรับรายงานผลการศึกษานิรโทษกรรม
ที่อาคารรัฐสภา "นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ" หัวหน้าพรรคประชาชนในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวถึงรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม ที่หลายพรรคการเมืองไม่เห็นด้วย ว่า ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องพูดคุยในเรื่องของเนื้อหาอีกเพราะผ่านการ พิจารณาร่วมกันของกรรมาธิการซึ่งมีตัวแทนจากทุกพรรคการเมืองมาแล้ว และอีกอย่างในส่วนของตัวรายงานเป็นเพียงผลการศึกษาที่ทำให้สังคมหรือสภาเห็นทางเลือกหรือทางออก ของความขัดแย้งหรือการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากคดีทางการเมืองที่ผ่านมา ฉะนั้นเราควรรับร่างรายงานให้ผ่านสภาโดยเร็ว เพราะไม่น่ามีเหตุผลที่สภาจะโหวตไม่รับหรือไม่ผ่านหลักการ
ทั้งนี้ เล่มรายงานฉบับนี้เป็นเพียงแค่ผลการศึกษาและทางเลือกฉะนั้นสิ่งที่สภาฯทำได้คือการเปิดให้สังคมได้เห็นทางเลือกที่เป็นไปได้มากที่สุดส่วนการตัดสินใจ ว่าตัวร่างกฎหมายจะทำถึงขั้นไหนเป็นอีกกระบวนการหนึ่งที่กฎหมายจะถูกเสนอเข้าสู่สภา จึงไม่เห็นเหตุผลหรือความจำเป็นใดๆที่สภาจะไม่ผ่านตัวรายงานฉบับนี้
ส่วนอาจจะมีการโหวตคว่ำรายงานฉบับนี้นั้น "นายณัฐพงษ์" กล่าวว่า เป็นการเกรงกลัวบางอย่างมากเกินไป เพราะรายงานฉบับนี้ผ่านการพิจารณาจากกรรมาธิการที่มีตัวแทนจากทุกพรรคและเป็นแค่ผลการศึกษาที่ชี้ให้เห็นทางเลือกที่เป็นไปได้ทั้งหมดว่าเราจะจัดการปัญหาในส่วนนี้อย่างไรจึง มองว่าไม่มีเหตุผลใดที่พรรคการเมืองหนึ่งพรรคการเมืองใดจะไม่โหวตผ่านเล่มรายงานฉบับนี้
ส่วนเหตุผลที่พรรคการเมืองไม่รับรายงานฉบับนี้เพราะมีการนิรโทษกรรมคดีมาตรา 112 นั้น "นายณัฐพงษ์"กล่าวว่า ไม่ว่าเรื่องใดๆก็ตามต้องยอมรับข้อเท็จจริงว่ามีกลุ่มผู้ชุมนุมที่ถูกดำเนินคดีและได้รับผลกระทบจากการดำเนินคดีทางการเมือง และรายงานฉบับนี้เป็นรายงานตามข้อเท็จจริงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าไม่ว่าจะเป็นคดีใดก็ตามรวมถึง 112 ล้วนเป็น ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ที่มีผู้ได้รับผลกระทบจากการดำเนินคดีดังกล่าว เพราะฉะนั้นการปฏิเสธรายงานฉบับนี้เป็นการปฏิเสธข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์เช่นเดียวกัน
ทั้งนี้ หากรายงานฉบับนี้ไม่ผ่าน หรือถูกคว่ำร่างขึ้นมาจริงๆ พรรคประชาชนจะดำเนินการในสิ่งที่เราดำเนินการมาโดยตลอดอยู่แล้ว รวมถึงการผลักดันกฎหมายด้วย และในฐานะพรรคฝ่ายค้านในปัจจุบันก็จะทำทุกอย่างในกระบวนการนิติบัญญัติอย่างเต็มที่ ส่วนกฎหมายจะผ่านไม่ผ่านในวาระที่ 1 วาระ2 และวาระ3 นั้นก็อยู่ที่ฝั่งรัฐบาลด้วยเช่นเดียวกันเพราะฉะนั้นพรรคประชาชนก็คงผลักดันเรื่องนี้ต่อแบบที่เราได้เสนอกันมา