ผู้บัญชาการทหารเรือคนใหม่ ยังบอกอีกว่า ในแผนยุทธศาสตร์ของกองทัพ น่าจะต้องมีเรือดำน้ำ 4 ลำ ส่วนเรือฟริเกตที่ต้องดูแลสองฝั่ง ทั้งอ่าวไทยและอันดามัน รวมทั้งพื้นที่ใกล้เคียง ต้องมี 8 ลำ
ส่วนยุทโธปกรณ์อื่นๆ ก็มีทั้งที่ปลดประจำการไปตามเวลา หรือได้มาใหม่บ้าง ตามงบประมาณในแต่ละปี
เมื่อถามถึงแนวทางการเปลี่ยนค่ายเรือดำน้ำ หลังจากโครงการจัดซื้อจากจีนมีปัญหานั้น
พลเรือเอก จิรพล บอกว่า อย่าเพิ่งคิดไกล เราเคยมีเรือดำน้ำ แต่ปลดประจำการไปนานแล้ว จึงต้องมาฟื้นองค์ความรู้ใหม่ทั้งหมด ย้ำว่าทุกประเทศเห็นตรงกันหมดว่า กำลังรบในมิติของอากาศ มิติบนน้ำ และมิติใต้น้ำ ต้องมีอย่างครบถ้วนและเหมาะสม
"ยอมรับว่า ทุกคนจับตามองว่าคนคนนี้จะทำงานได้มากแค่ไหน ก็ขอยืนยันว่า จะทำงานอย่างเต็มความสามารถ และยึดมั่นความถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ" พลเรือเอก จิรพล เผย
"สำหรับภารกิจสำคัญที่สุดที่ต้องให้ความสำคัญเป็นลำดับแรกในขณะนี้ คืองานพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค
เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบฯ ที่วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร ในวันที่ 27 ตุลาคมนี้ ซึ่งกองทัพเรือก็จะทำให้ดีที่สุด อย่างสมพระเกียรติ รวมถึงเรื่องถวายความปลอดภัย "