อย่างไรก็ตาม ภายหลังนายกรัฐมนตรีได้รับฟังรายงานสรุป แผนการดำเนินงาน นายกรัฐมนตรี ได้เดินเท้าลุยโคลน เพื่อเยี่ยมเยียนพบปะชาวบ้านเกาะทราย ซอย 7 เพื่อให้กำลังใจ โดยมีช่วงหนึ่งที่นายกฯ ได้เข้าไปเยี่ยมบ้านประชาชน พื้นที่หมู่ 7 คุณยาย เจ้าของบ้านคนหนึ่ง ได้เข้าไปสวมกอดนายกฯ พร้อมกับร้องไห้ เล่าถึงความทุกข์ยากที่พบเจอ ทำให้ช่วงนี้นายกรัฐมนตรีถึงกับน้ำตาคลอ พร้อมกับเอามือไปปลอบเจ้าของบ้าน
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ยังได้ทักทายประชาชนเป็นภาษาเหนือ พร้อมให้กำลังใจ ขอให้ประชาชนสู้ๆ และอดทนอีกนิด
นอกจากนี้ มีคุณลุงท่านหนึ่ง ได้เดินมาหานายกฯ ขณะนั่งอยู่บนรถทหาร จีเอ็มซี โดยคุณลุงถึงกับน้ำตาคลอ นายกรัฐมนตรี จึงได้เข้าไปจับมือให้กำลังใจ พร้อมระบุว่า เป็นกำลังกำลังใจให้ทุกคน ขอให้สู้ ๆ ซึ่งขณะนี้ กองทัพ และอุปกรณ์เครื่องไม้ เครื่องมือ เครื่องจักรทุกอย่างยังอยู่ในพื้นที่ช่วยเหลือ จนกว่าเข้าสู่ภาวะปกติ ยืนยันว่า ไม่ต้องห่วง
พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรี ยังได้พบกับ “โค้ชเอก” นายเอกพล จันทะวงษ์ โค้ชผู้ฝึกสอนของทีมฟุตบอล “หมูป่าอะคาเดมี” ที่ต้องการให้รัฐบาลจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ และฟื้นฟูจิตใจเด็กและเยาวชนในชุมชนผู้ประสบภัย และช่วงปิดภาคเรียนนี้ ขอให้รัฐบาลมีมาตรการกระตุ้น และสนับสนุนเยาวชนได้เป็นจิตอาสา หรือมีรายได้พิเศษจากการทำงาน
อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่ชุมชนบ้านเกาะทราย พบว่ามีเครื่องจักรอุปกรณ์จากโครงการบ้านแสนสิริ ที่ส่งความช่วยเหลือมาจากนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ร่วมปฎิบัติภารกิจร่วมกับกองทัพไทยด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า เป็นที่น่าสังเกตว่าในการลงพื้นที่ 2 ที่ ในจังหวัดเชียงราย โดยเฉพาะที่อำเภอแม่สาย ซึ่งถือเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักสุด ไม่พบว่ามีผู้ว่าราชการจังหวัด และรองผู้ว่าราชการจังหวัดเดินทางร่วมคณะแต่อย่างใด มีเพียงผู้บัญชาการทหารสูงสุด นายอำเภอแม่สาย สส.ในพื้นที่ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติเท่านั้น
โดยมีรายงานว่า สร้างความไม่พอใจให้กับนายอนุทินชาญ วีรกุล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีมหาดไทยเป็นอย่างมาก โดยมีการกล่าวกับคนใกล้ชิดว่า แม้จะใกล้เกษียณอายุราชการแล้ว แต่เมื่อประชาชนเดือดร้อนก็ควรที่จะปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่ก่อน