นายมาริษ ยังนำเสนอว่า ล่าสุดไทยได้นำโครงการ “30 บาท รักษาได้ทุกที่” มาใช้ ซึ่งมีจุดมุ่งหมาย เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายทางอ้อม สำหรับการดูแลสุขภาพ ผ่านความคิดริเริ่มนี้ ซึ่งผู้รับประโยชน์จาก UCS จะสามารถเข้าถึงการรักษาที่สถานพยาบาลนอกเหนือจากผู้ให้บริการที่ตนกำหนดได้อย่างง่าย รวมถึงคนไทย ยังสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพผ่านเครือข่ายร้านขายยา คลินิกพยาบาล และคลินิกเทคนิคการแพทย์ ที่เรียกว่า “หน่วยบริการสาธารณสุขวิถีใหม่” ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ ลดเวลาที่ต้องรอคอย และค่าเดินทางสำหรับผู้ที่ต้องพึ่งพาระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า
นายมาริษ ระบุว่า ประเทศไทย ดำรงตำแหน่งประธาน Foreign Policy and Global Health Initiative (FPGH) อีกครั้งในปีนี้ หลังดำรงตำแหน่งครั้งแรกในปี 2560 และได้เสนอญัตติของสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ซึ่งนำไปสู่การประชุมระดับสูงครั้งแรกเกี่ยวกับหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าในปี 2562 แต่ในครั้งนี้ ไทยเสนอญัตติเกี่ยวกับการส่งเสริมสุขภาพ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับการประกันสุขภาพถ้วนหน้าด้วย ซึ่งการส่งเสริมสุขภาพ เป็นแนวทางเชิงรุกที่ช่วยให้บุคคล สามารถดูแลสุขภาพของตนเองได้ ซึ่งไม่เพียงช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของบุคคลเท่านั้น แต่ยังช่วยลดภาระของระบบ สาธารณสุขโดยรวมอีกด้วย