อย่างปีนี้กำลังพลส่วนใหญ่ เกณฑ์มา แปดหมื่นห้า โดยเจ็ดหมื่น จับใบดำใบแดง สมัครใจมาหมื่นห้า เพิ่มมาหมื่นเศษๆ เปลี่ยนแปลงไหม เปลี่ยนเล็กๆ แต่ไม่ได้เปลี่ยนเชิงนโยบายจริงๆ เพราะเป็นสิ่งที่กองทัพจะทำอยู่แล้ว ไม่ได้เป็นฝีมือรัฐบาล ถ้าเกิดอยากพิสูจน์ ว่ารัฐบาลสามารถกำหนดนโยบายมั่นคง การทหารได้จริงๆ ต้องทำอะไรสักอย่างที่บอกว่าเริ่มต้นจากฝีมือรัฐบาล แต่ทุกอย่างที่ว่าผมยังไม่เห็น ว่าอันไหนคือฝีมือหรือริเริ่มของรัฐบาล อย่างเช่น การจัดซื้อเครื่องบินรบ เป็น กริฟเฟน กองทัพอากาศตัดสินใจเองนะ หรือ กองทัพเรือตัดสินใจเอาเรือดำน้ำ เครืองยนต์จีนก็จะเอา รมต.ไม่กล้าขัด แต่มีคนยกประเด็นปัญหาด้านกม. ทำให้คุณสุทินไม่ค่อยมั่นใจ ก็โยนให้คุณภูมิธรรมว่าต่อ ก็ต้องดูว่าจะว่าได้ไหม
จับตาภาวะผู้นำ ต้อง”ตัดสินใจ” หลายเรื่อง
ท้ายสุด "นักวิชาการอิสระ" ยังให้จับตาภาวะผู้นำในวัย 38 ปี จะเป็นอย่างไร โดยเฉพาะมีนโยบายสำคัญหลายเรื่องที่ นายกฯคนนี้ ต้องตัดสินใจ หรือแม้แต่นโยบายด้านความมั่นคงที่จะเป็นประเด็นร้อนให้ คุณแพทองธารตัดสินใจภายหลังแถลงนโยบายรัฐบาลเร็วๆนี้อย่างไรก็ตาม อยากให้โอกาสนายกฯแพทองธาร ทำงานพิสูจน์ผลงานสัก 1 ปี
"จนกว่าดีลไว้ไม่ลงตัว ตอนนี้ยังพอไปได้ เช่น เมื่อถึงช่วงหนึ่งอาจมีใครสักคนในครม.งอแง ต่อรองอยากได้โน่นนี่นั่น คำถาม นายกฯจะตอบอย่างไร จัดสรรแบบไหน หรือถ้ากองทัพ มีตัวแทนกองทัพในครม.แล้ว สมมติว่า กองทัพจะเอาเรือดำน้ำ เครืองยนต์จีน ก็เอา แล้วครม.ตัดสินใจอย่างไร ถ้าไม่ยอม กองทัพจะไม่ยอมด้วยไหม เมื่อสิ่งนั้นไม่ลงตัว หรือว่า รัฐบาลอยากดึงธุรกิจในกองทัพ ที่มีคุณจิรายุ ห่วงทรัพย์ ทำหน้าที่ในกมธ. และได้ข้อสรุป อยากดึงกิจการ เช่น สนามกอล์ฟ ออกมาจากกองทัพ แล้วกองทัพไม่ยอม รัฐบาลตัดสินใจอย่างไร อันนี้คือความสามารถ อำนาจการนำและความสามารถล้วนๆ เลย ด้านการนำและการตัดสินใจ ว่า กองทัพยอมรับและไม่เกิดการต่อต้าน" อาจารย์สุภลักษณ์ ให้จับตาภาวะการตัดสินใจของนายกฯที่ชื่อแพทองธาร
ให้เวลานายกฯพิสูจน์ผลงาน 1 ปี
"ผมให้เวลา 1 ปี เหมือนคุณเศรษฐาก็อยู่ 1 ปี ผมคิดว่าคนควรให้โอกาสนายกฯคนใหม่ อย่างน้อยมีความตั้งใจอันดีอยากให้บ้านเมืองเจริญก้าวหน้า ผมคิดว่าช่วงระยะเวลานี้ คงไม่มีใครเรียกร้องเกินความเป็นจริงที่จะสามารถทำกันได้ เชื่อว่า กลุ่มการเมืองต่างๆ คงให้โอกาส"
ชมคลิปได้ที่นี่ >>>