เนชั่นทีวี

การเมือง

มติ "วุฒิสภา" 179:5 รับหลักการร่าง พ.ร.บ.ประชามติ ปลดล็อกเสียงข้างมาก 2 ชั้น

27 ส.ค. 2567 | katchatapong_lee

มติ "วุฒิสภา" 179:5 รับหลักการร่าง พ.ร.บ.ประชามติ ปลดล็อกเสียงข้างมาก 2 ชั้น

มติ "วุฒิสภา" 179:5 รับหลักการร่าง พ.ร.บ.ประชามติ ปลดล็อกเสียงข้างมาก 2 ชั้น - สว.เสียงข้างน้อยค้านยกเหตุต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกคนผู้มีสิทธิ

ที่ประชุมวุฒิสภา มีมติเสียงข้างมาก 179 เสียง ต่อ 5 เสียงรับหลักการ ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ที่สภาผู้แทนราษฎรได้เห็นชอบแล้ว โดยมี สว.งดออกเสียง 3 เสียง

 

ทั้งนี้ ในการอภิปรายของ สว.พบว่ามีความเห็นไปในทางสนับสนุนการแก้ไขกฎหมายดังกล่าว แต่มีรายละเอียดที่ยังเห็นแย้งโดยเฉพาะเกณฑ์การผ่านประชามติด้วยเสียงข้างมาก ที่สภาผู้แทนราษฎร แก้ไขให้ใช้เพียงเสียงข้างมากของผู้มาใช้สิทธิเท่านั้น

นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว.ไม่เห็นด้วยต่อการแก้ไขเนื้อหาของเกณฑ์เสียงข้างมากเกินกึ่งหนึ่ง 2 ชั้น ซึ่งไม่เห็นด้วยที่ตัดเสียงข้างมากเกินกึ่งหนึ่งชั้นที่ 2 ว่าด้วยเกณฑ์ให้ใช้เสียงข้างมากเกินกึ่งหนึ่งของผู้ออกมาใช้สิทธิ์ เพราะหากมีการออกเสียงประชามติ มีคนใช้สิทธิ 10 ล้านคนจากประชาชนที่มี 52 ล้านคน และเห็นชอบแค่ 5 ล้านหนึ่งเสียง เท่ากับผ่านประชามติ แต่เมื่อคิดเป็นเป็นเปอร์เซ็นต์พบว่าเป็น 10% เท่านั้น

 

“การปลดล็อคเสียงสองตนไม่เห็นด้วย ควรใช้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของผู้มีใช้สิทธิจะอีกว่า เพื่อให้ความเป็นธรรมกับคนไทยทุกคน ส่วนที่ใครจะมองว่าทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญล่าช้า ผมมองว่าใช่แต่จะรีบร้อนอะไร เพราะกรณีนี้ควรแก้ไขให้ถูกต้อง ก่อนไปแก้ไขกฎหมายต่างๆ  รวมถึงรัฐธรรมนูญที่แก้ไขได้ยาก” นายพิสิษฐ์ กล่าว

 

ด้าน พล.ต.ท.บุญจันทร์ นวลฉาย สว. อภิปรายสนับสนุนนายพิสิษฐ์ เพราะเรื่องประชามติ สำคัญระดับประเทศ ควรคำนึงถึงเสียงส่วนใหญ่ และเห็นด้วยให้คงเสียงเกินกึ่งหนึ่ง

 

ขณะที่ นายประภาส ปิ่นตบแต่ง สว. อภิปรายว่า ตนสนับสนุนการผ่านประชามติด้วยเสียงข้างมากแบบธรรมดา เพราะรัฐธรรมนูญ 2560 ช่วงต้นถกเถียงจะใช้เสียงข้างมากสองชั้น แต่ผู้ที่เกี่ยวข้องใช้เสียงข้างมากธรรมดาเพราะเกรงว่าไม่ผ่าน ซึ่งการทำประชามติเราผ่านมาแล้ว จะชักบันไดหนีหรือไม่ ดังนั้นจึงเป็นความชอบธรรมที่จะใช้เสียงข้างมากธรรมดา สำหรับการกำหนดเสียงข้างมากแบบสองชั้นในต่างประเทศพบปัญหา เพราะจะทำให้หมดแรงจูงใจออกมาใช้สิทธิออกเสียงประชามติ เป็นต้น

นอกจากนั้น นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สว. อภิปรายสนับสนุน พร้อมระบุว่า การตั้งคำถามประชามติ ไม่ควรเป็นคำถามเชิงซ้อน  อย่างที่มีข้อเสนอให้ทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญ ไม่แก้ไขหมวด 1 และหมวด 2 ถือเป็นคำถามเชิงซ้อน ดังนั้นขอให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯทบทวนมติ แก้ไขคำถามประชามติเชิงเดี่ยว และหากอยากรู้ความคิดเห็นประชาชนขอให้ทำคำถามแยก

 

เช่นเดียวกับ นางสาวนันทนา นันทวโรภาส สว.อภิปรายเสนอแนะให้แก้ไขคำถามที่มีลักษณะซ้อนคำถามไม่สามารถตอบได้ด้วยคำตอบเดียว เช่น หากตนเห็นด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญ แต่ไม่เห็นด้วยกับการเว้นการแก้ไขหมวดใด จะเลือกคำตอบว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ดังนั้นควรตั้งคำถามที่ไม่ยากต่อความเข้าใจ

 

ทั้งนี้ ในการพิจารณาวาระสองนั้น นายเทวฤทธิ์ เห็นว่า ควรใช้การตั้งคณะกรรมาธิการเต็มสภา มองว่า หากพิจารณาไม่เสร็จทันสมัยประชุมที่จะหมดลงเดือนตุลาคมนี้ อาจทำให้การทำประชามติครั้งแรกไม่ทันเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ขณะที่ สว.เสียงส่วนใหญ่ เห็นว่าควรตั้งกรรมาธิการ จำนวน 25 คน โดยใช้กรอบเวลา 60 วัน จึงทำให้ต้องมีการลงมติ โดยที่ประชุม มีมติเสียงข้างมาก 146  เสียง ต่อ 34 เสียง ให้ตั้งกรรมาธิการฯ  พิจารณาในกรอบเวลา 60 วัน

ข่าวล่าสุด