ทั้งนี้ สิ่งที่ต้องรีบดำเนินทันที 3 ด้าน คือ การประชุม ครม. ประชุมพรรคเพื่อไทย และหารือกับพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อหารือแนวทางการทำงาน หลังจากนี้โดยมีเป้าหมายเพื่อให้การทำงานต่อเนื่องเป็นประโยชน์ต่อประชาชนสูงสุด อย่างไรก็ตาม ตนก็มีความเป็นห่วงต่อนโยบายที่ค้างอยู่ไม่ว่าจะเป็น "โครงการดิจิตอล วอลเล็ท" และการจัดทำงบประมาณ ปี 68 ซึ่งเรื่องนี้กังวล ก็จะไปหารือกับพรรค ในรายละเอียดต่อไป
ล่าสุด "นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา" ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ออกหนังสือด่วนที่สุดถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เรียกประชุมสภาฯนัดพิเศษ ในวันศุกร์ที่ 16 สิงหาคม เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
รองนายกฯเบอร์ 1 บินด่วนกลับไทย
"นายภูมิธรรม เวชยชัย" รักษาการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังรับทราบคำตัดสินคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญกรณีให้"นายเศรษฐา ทวีสิน" พ้นสภาพการเป็นนายกรัฐมนตรีส่งผลให้ ครม. สิ้นสภาพทั้งคณะว่า ได้พูดคุยกับนายเศรษฐา โดยได้แสดงความเสียใจและเสียดายในความตั้งใจที่จะทำงานของนายกฯ แต่ก็เคารพต่อคำวินิจฉัยของศาล
โดยขั้นตอนต่อจากนี้ ในฐานะรองนายกอันดับหนึ่ง จะทำหน้าที่รักษาการนายกรัฐมนตรี โดยในวันนี้ ได้มีการเปลี่ยนเที่ยวบินเพื่อเดินทางกลับกรุงเทพโดยทันที หลังเสร็จสิ้นภารกิจการพบหารือกับนายกรัฐมนตรีคาซัคสถานเป็นภารกิจสุดท้าย โดยพูดคุยถึงความร่วมมือเศรษฐกิจการค้าร่วมกัน ซึ่งจะเดินทางประเทศไทยในช่วงเช้าวันที่ 15 สิงหาคมนี้
"นายภูมิธรรม" กล่าวว่า สำหรับการประชุมกับสมาชิกพรรคเพื่อไทยจะหารือเกี่ยวการหาแคนดิเดตนายรัฐมนตรี ของพรรคที่ตอนนี้มีอยู่ 2 รายชื่อ คือ "นางสาวแพทองธาร ชินวัตร" และ "นายชัยเกษม นิติศิริ" โดยขณะนี้พรรคมีบุคคลที่มีศักยภาพพร้อมอยู่สองคน ซึ่งนายชัยเกษมก็รับทราบว่ามีสุขภาพกลับมาแข็งแรงแล้ว ที่ผ่านมาก็เข้ามาปฎิบัติช่วยทำงานกับพรรคมาโดยตลอด
ส่วนการประชุม ครม. ก็จะวางแนวทางการทำงาน และเดินหน้าทำงานต่อไป ซึ่งในสัปดาห์หน้าก็จะมีการประชุมครม. สัญจรที่พระนครศรีอยุธยา โดยอยู่ในฐานะรัฐบาลรักษาการ ซึ่งจะทำภายใต้กรอบอำนาจหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด ส่วนการหารือกับพรรคร่วมรัฐบาลก็จะมีการหารือสานต่อถึงนโยบายที่จะทำร่วมกันต่อไป
เมื่อถามว่านายกรัฐมนตรีคนใหม่จะมาจากพรรคเพื่อไทยหรือไม่ "นายภูมิธรรม" กล่าวว่า อย่าพึ่งคิดไปไกลเกินขนาดนี้ก็ต้องดำเนินการไปตามกฏหมายไปก่อน และจะนานแค่ไหน ตนไม่ทราบขึ้นอยู่กับประชุมรัฐสภา