จากเหตุการณ์ทั้งหมด จึงเป็นปฐมบทที่ทำให้ "ศาลรัฐธรรมนูญ" มีคำสั่งให้พรรคก้าวไกล ยุติการกระทำดังกล่าว หลังมีผู้ยื่นคำร้องต่อ"ศาลรัฐธรรมนูญ" โดยที่ศาลฯ เห็นว่า การกระทำดังกล่าว เป็นการกระทำที่มีเจตนาพยายามแยกสถาบันฯ ออกจากความเป็นชาติ มุ่งลดสถานะสถาบันพระมหากษัตริย์ และใช้สถาบันฯ มาหวังผลการเลือกตั้ง จึงถือเป็นพฤติกรรม ที่เซาะกร่อน บ่อนทำลาย การปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อันนำไปสู่การยื่นยุบพรรคก้าวไกล โดย กกต. จากการกระทำที่ผ่านมา
พร้อมขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่ง เพิกถอนสิทธิการสมัครรับเลือกตั้ง 11 กรรมการบริหารพรรคการเมือง ที่อยู่ในช่วงเวลาการเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ในสภาผู้แทนราษฎรชุดที่แล้ว จนถึงห้วงเวลาที่ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งห้ามดำเนินกิจกรรมการแก้ไข มาตรา112 โดยห้ามไปจดทะเบียนพรรคการเมืองใหม่ หรือเป็นกรรมการบริหารพรรคการเมืองอื่น หรือไปดำรงตำแหน่งทางการเมืองใด ๆ ตามระยะเวลาที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัย
ทั้งนี้ หากศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งยุบพรรคก้าวไกล พร้อมตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรคฯ จะส่งผลกระทบต่อตำแหน่ง "รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1" ที่ "นายปดิพัทธ์ สันติภาดา" สส.พิษณุโลก พรรคเป็นธรรม ในฐานะอดีตกรรมการบริหารพรรคก้าวไกล ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ ซึ่งอาจจะต้องมีการคัดเลือกกันใหม่ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงตำแหน่ง "ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎ" ที่ยังจะต้องรอว่า หัวหน้าพรรคคนใหม่ ในนามพรรคสำรองของพรรคก้าวไกลจะเป็นใคร
ทั้งนี้ "ศาลรธน." กำหนดนัดแถลงด้วยวาจา ประชุมปรึกษาหารือ และลงมติในวันพุธที่ 7 สิงหาคม 2567 เวลา 09.30 น. นัดฟังคำวินิจฉัยเวลา 15.00 น. เป็นต้นไป ณ ห้องพิจารณาคดีชั้น 3 "ศาลรธน." ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์
คลิกชมการถ่ายทอดสดได้ที่นี่ >>> กรุณารอสัญญาณถ่ายทอด
โดยประชาชนทั่วไป สามารถติดตามผลการอ่านคำวินิจฉัยผ่านช่องทางยูทูปของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ