ขั้นตอนในการสมัครเข้าใช้งานแอปฯ “ทางรัฐ” แบบง่ายๆ ทำตามได้ภายในไม่กี่นาที!
หลังดาวน์โหลดมีขั้นตอนรับสิทธิดังนี้
เปิดแอปทางรัฐ กดปุ่ม “สมัครสมาชิก/เข้าสู่ระบบ”
กดที่คำว่า สมัครสมาชิก/เข้าสู่ระบบ
กดที่คำว่า สมัครสมาชิก
กดปุ่ม “สมัครด้วยบัตรประชาชน” บนแอปทางรัฐที่เดียว ไม่ต้องใช้แอปอื่น ไม่ต้องไปเสียบบัตรที่ Counter Service ช่วยให้ลงทะเบียนได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม
อ่านข้อกำหนดและความเป็นส่วนตัว จากนั้นคลิกเครื่องหมายถูกต้องที่ “ฉันยอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไข” แล้วกด “ยอมรับ”
อ่านข้อแนะนำในการถ่ายรูปบัตรประชาชน จากนั้นกดปุ่มเพื่อถ่ายรูป
กรอกข้อมูลของท่านและตรวจสอบให้ถูกต้องตามบัตรประชาชน แล้วกดปุ่ม “ยืนยันตัวตน”
อ่านข้อแนะนำในการสแกนใบหน้า จากนั้นเริ่มสแกนใบหน้าของท่าน
กำหนด “ชื่อบัญชีและรหัสผ่าน” ในการเข้าสู่แอป แล้วกด “ยืนยัน”
ตั้งค่า PIN Code 6 หลัก แล้วกดยืนยัน Pin Code อีกครั้ง
เปิดใช้งานการสแกนใบหน้าของท่านโดยกดที่ “ใช้งาน”
จากนั้นกด “เริ่มใช้งาน” และเตรียมพร้อมรอติดตามประกาศวันกดยืนยันขอรับสิทธิจากรัฐบาลอย่างเป็นทางการได้เลย
ทั้งนี้ ประชาชนที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลข่าวสาร เกี่ยวกับการเตรียมการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ ได้ที่เว็บไซต์ www.digitalwallet.go.th หรือพิมพ์เป็นภาษาไทยว่า www.กระเป๋าเงินดิจิทัล.รัฐบาล.ไทย หรือ สามารถสอบถามผ่านศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน (Call Center) สายด่วน โทร.1111 ซึ่งพร้อมให้บริการ และคำแนะนำปรึกษาแก่ประชาชนแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
นอกจากนี้ ยังสามารถยืนยันตัวตนผ่านจุดให้บริการยืนยันตัวตน ดังนี้
ตู้บริการอเนกประสงค์ภาครัฐ จะเป็นตู้คีออสก์ ตู้บริการอเนกประสงค์ของภาครัฐ อาทิ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน), ศูนย์ดิจิทัลชุมชน กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ศูนย์บริการร่วมภาครัฐ สาขาศูนย์รับคำขออนุญาต สำนักงาน ก.พ.ร., ศูนย์บริการร่วมภาครัฐ สาขาศูนย์บริการร่วม กระทรวงยุติรรรม, รพ.ราชวิถี, รพ.รามาธิบดี, รพ.วชิรพยาบาล, รพ.ตำรวจ
ตู้บุญเติม ไปรษณีย์ไทยทุกสาขา
เคาน์เตอร์เซอร์วิส 7-Eleven
สำหรับผู้ไม่มีสมาร์ทโฟน
สามารถลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน - 15 ตุลาคม 2567 ลงทะเบียนได้ที่ศูนย์ดิจิทัลชุมชน ที่ทำการไปรษณีย์ ธนาคารออมสิน ธ.ก.ส. โดยเอกสารที่ต้องเตรียมมีเพียงบัตรประชาชน
เงินดิจิทัล 10,000 ใครได้บ้าง?
ประชาชนทุกคนที่มาลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการและมีคุณสมบัติครบถ้วน ก็สามารถเข้าร่วมโครงการได้ ซึ่งรัฐบาลได้ประมาณการไว้จำนวน 45 - 50 ล้านคน โดยใช้งบประมาณ 4.5-5 แสนล้านบาท
คุณสมบัติผู้มีสิทธิรับเงินเงินดิจิทัล 10000 บาท
- ประชากรที่มีที่อยู่ในทะเบียนบ้าน- มีสัญชาติไทย- มีอายุตั้งแต่ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ปิดรับลงทะเบียน (15 กันยายน 2567)- ไม่เป็นผู้มีรายได้เกิน 840,000 บาท สำหรับปีภาษี 2566- ไม่เป็นผู้ที่มีเงินฝากกับธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจรวมกันเกิน 500,000 บาทโดยตรวจสอบข้อมูลเงินฝาก 6 ประเภท ได้แก่
(1) เงินฝากกระแสรายวัน(2) เงินฝากออมทรัพย์(3) เงินฝากประจำ(4) บัตรเงินฝาก(5) ใบรับเงินฝากและ (6) ผลิตภัณฑ์เงินฝากในชื่อเรียกอื่นใดที่มีลักษณะเดียวกับข้อ (1) ถึง (5)
- ไม่เป็นผู้ที่อยู่ระหว่างต้องโทษจำคุกในเรือนจำ- ไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในมาตรการ โครงการอื่นๆ ของรัฐ- ไม่เป็นผู้ฝ่าฝืนเงื่อนไขของมาตรการ โครงการอื่นๆ ของรัฐ
เงินดิจิทัลใช้ได้ที่ไหนบ้าง?
การใช้จ่ายระหว่างร้านค้ากับร้านค้า ซึ่งร้านค้าทุกประเภทสามารถซื้อขายสินค้าระหว่างกันได้ และไม่มีการกำหนดเงื่อนไขว่าต้องเป็นการซื้อขายแบบพบหน้า (Face to Face) จึงซื้อขายสินค้าระหว่างกันได้ แม้จะอยู่ต่างพื้นที่
เงื่อนไขการใช้จ่ายเงินดิจิทัล
ระหว่างประชาชนกับร้านค้า ใช้จ่ายเชิงพื้นที่ในระดับอำเภอ (878 อำเภอ) โดยกำหนดให้ใช้จ่ายกับร้านค้าขนาดเล็กที่ตามที่กระทรวงพาณิชย์กำหนดเท่านั้น
ระหว่างร้านค้ากับร้านค้า ไม่กำหนดเงื่อนไขการใช้จ่ายเชิงพื้นที่ระหว่างร้านค้ากับร้านค้าในระดับอำเภอและขนาดของร้านค้า
การใช้จ่ายเงินสามารถใช้จ่ายได้หลายรอบ โดยรอบที่ 1 จะเป็นการใช้จ่ายระหว่างประชาชนกับร้านค้าขนาดเล็กเท่านั้น (ตามกระทรวงพาณิชย์กำหนด) ตั้งแต่รอบที่ 2 ขึ้นไป จะเป็นการใช้จ่ายระหว่างร้านค้ากับร้านค้าโดยไม่จำกัดขนาดร้านค้า
ซื้ออะไรได้บ้าง?
สินค้าทุกประเภทสามารถเข้าร่วมโครงการฯได้ ยกเว้นสินค้า Negative List (ไม่สามารถซื้อได้) ได้แก่ สลากกินแบ่งรัฐบาล เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผลิตภัณฑ์ยาสูบ กัญชา กระท่อม พืชกระท่อม ผลิตภัณฑ์กัญชา และกระท่อม บัตรกำนัล บัตรเงินสด ทองคำ เพชร พลอย อัญมณี น้ำมันเชื้อเพลิง ก๊าซธรรมชาติ เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องมือสื่อสาร
อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์อาจพิจารณาแก้ไขปรับปรุงรายการสินค้า Negative List เพิ่มเติมได้ ทั้งนี้ การใช้จ่ายภายใต้โครงการฯ จะไม่รวมถึงบริการต่างๆ
สำหรับประชาชนที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการเตรียมการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ซึ่งเป็นข้อมูลโดยตรงจากรัฐบาล ที่เชื่อถือได้ที่เว็บไซต์
www.digitalwallet.go.th
www.กระเป๋าเงินดิจิทัล.รัฐบาล.ไทย
สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ผ่านศูนย์บริการข้อมูลโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet โทรสายด่วน Digital Wallet 1111 พร้อมให้บริการและคำแนะนำปรึกษาแก่ประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง