เราจึงหารือกับหลายฝ่ายเพื่อตั้งกรรมการประชาชนขึ้นมาคณะหนึ่งเพื่อจัดทำข้อมูลนำเสนอต่อสาธารณะรวมทั้งต่อผู้ที่มีบทบาทในการกำหนดสถานะกัญชาคือนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับคณะกรรมการปราบปราบยาเสพติดซึ่งเป็นกรรมการที่จะต้องมีมติในการนำกัญชากลับสู่ยาเสพติดหรือไม่
โดยคณะกรรมการประชาชนจะประกอบด้วยภาควิชาการโดยเฉพาะมหาวิทยาลัยที่มีการเรียนการสอนภาควิชากัญชา แพทย์ผู้ทำงานด้านกัญชา นักปลูก ผู้ประกอบการ รวมทั้งจะเชิญผู้ที่มีความเห็นต่างทั้งชมรมแพทย์ชนบท หรือกลุ่มเยาวชนที่ต้องการให้นำกัญชากลับสู่ยาเสพติดมาร่วมในกรรมการ โดยจะเร่งให้มีกรรมการชุดนี้เกิดขึ้นภายใน 7 วัน นับจากวันนี้และเร่งให้เกิดการศึกษาข้อเท็จจริงด้านต่างๆให้เสร็จสิ้นภายในสองเดือน เพื่อให้ทุกฝ่ายรับรู้และใช้ข้อมูลกำหนดสถานะกัญชา เครือข่ายเขียนอนาคตกัญชาไทยตั้งใจจะจัดทำการสื่อสารข้อมูลเหล่านี้เพื่อให้สาธารณะรับทราบเป็นระยะ เพราะเราเชื่อว่าการรับรู้ข้อเท็จจริงอย่างรอบด้านของประชาชนเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในกระบวนการกำหนดสถานะกัญชาว่าควรควบคุมโดยกฎหมายรูปแบบใด
ด้วยการกำหนดแนวทางดังกล่าว เครือข่ายเขียนอนาคตกัญชาไทย จึงขอประกาศยุติการชุมนุมเพื่อดำเนินการในขั้นถัดไป และเราตั้งใจอย่างเต็มที่ที่จะทำให้กัญชาควบคุมโดยกฎหมายพระราชบัญญัติ และขอยืนยันกับพี่น้องที่ร่วมชุมนุมทั้งที่สะพานชมัยมรุเชฐและพี่น้องที่เป็นกำลังในพื้นที่ว่าเราจะเดินหน้าอย่างเต็มกำลังในการทำให้กัญชากลับมาควบคุมโดยกฎหมายพระราชบัญญัติเพื่อกำหนดสิทธิอย่างเสมอภาคแก่ประชาชนทุกคนภายใต้มาตรการควบคุมที่จะเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย
ท้ายสุดขอขอบคุณพี่น้องสื่อมวลชนทุกท่านที่ได้กรุณานำเสนอข้อมูลของเครือข่ายเขียนอนาคตกัญชาไทยในหลากหลายด้านเพื่อทำให้สาธารณะมีความเข้าใจเรื่องกัญชามากขึ้น เพราะเราเชื่อว่าเมื่อประชาชนมีข้อเท็จจริงใหม่ จะเป็นพลังในการกำหนดตำแหน่งแห่งที่ของกัญชาอย่างถูกต้อง
ทั้งนี้ ขอให้คำมั่นต่อทุกท่านว่ากัญชาจะไม่มีทางกลับไปเป็นยาเสพติดอีก