svasdssvasds
เนชั่นทีวี

การเมือง

ไทยสร้างไทยเปิดเวทีถกแก้ รธน. การทำประชามติ กม.นิรโทษกรรม และปัญหา ม.112

พรรคไทยสร้างไทยเปิดเวทีถกแก้ รธน. การทำประชามติ กม.นิรโทษกรรม และปัญหา ม.112 ระบุรัฐธรรมนูญต้องแก้เร็วที่สุด แนะหยิบร่างปี 60 มาปรับ เว้นแก้หมวด 1-2 เชื่อใช้เวลาไม่เกิน 1 ปีจบ

11 กรกฎาคม 2567 ที่รัฐสภา พรรคไทยสร้างไทย นำโดยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรค จัดเสวนาทางวิชาการ ทางออกในการทำประชามติเพื่อแก้รัฐธรรมนูญ และปัญหาพ.ร.บ.นิรโทษกรรมกับมาตรา 112 โดยเชิญผู้ทรงคุณวุฒิ ตัวแทนพรรคการเมืองเข้าร่วมพูดคุย

ดร.โภคิน พลกุล ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนประเทศ กล่าวถึงปัญหาของรัฐธรรมนูญปี 2560 ซึ่งมีปัญหาในหลายจุดหลายมาตรา จึงเชื่อว่าทุกฝ่ายจะเห็นตรงกันว่า ต้องแก้ไขให้เร็วที่สุด เพื่อให้ทันการเลือกตั้งครั้งใหม่ที่จะเกิดขึ้น โดยเห็นว่า กระบวนการแก้ไขที่ผูกติดกับการทำประชามติหลายครั้ง จะทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปด้วยความล่าช้า แก้ไขได้ยากท้ายที่สุดอาจไม่ทันการเลือกตั้ง หรือไม่สามารถแก้ไขได้ จนหมดวาระของรัฐบาล ก็ยังไม่สามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญได้สำเร็จ

วิธีที่จะทำให้การแก้ไขเป็นไปตามเจตจำนงค์ของพี่น้องประชาชน มีกติกาที่เป็นประชาธิปไตยก่อนการเลือกตั้ง จึงไม่จำเป็นต้องแก้ไขทั้งฉบับ แต่ดำเนินการแก้ไขตั้งแต่หมวด 3 เป็นต้นไปโดยเว้นการแก้ไขหมวดที่ 1 และหมวดที่ 2 วิธีการดังกล่าวไม่จำเป็นต้องทำประชามติถึง 3 ครั้ง แต่เราจะได้รัฐธรรมนูญ ที่มีการแก้ไขและยังเป็นไปตามเจตนารมณ์ของประชาชน โดยหลักการคือการนำรัฐธรรมนูญปี 60 มาแก้ไขใหม่ ปรับแก้ตั้งแต่หมวด 3 เป็นต้นไปไม่แก้ไขหมวด1หมวด2 จัดให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้ง 100% เป็นผู้แก้ไข  
ไทยสร้างไทยเปิดเวทีถกแก้ รธน. การทำประชามติ กม.นิรโทษกรรม และปัญหา ม.112
 

ดร.โภคิน กล่าวว่า ส่วนปัญหาว่าจะนิรโทษกรรม พี่น้องประชาชนที่ถูกดำเนินคดีด้วยมาตรา 112 หรือไม่และอย่างไรนั้น อาจต้องมีการปรับแก้ไขประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา โดยเฉพาะขั้นตอนการกล่าวโทษ ต้องมีคณะกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิ ตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นคณะกรรมการกลั่นกรอง ป้องกันการนำกฎหมายอาญามาตรา 112 ไปใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง รวมถึงการเสนอให้เพิ่มกระบวนการ "ขอพระราชทานอภัย" ก่อนมีคำพิพากษา 
ดร.โภคิน พลกุล ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนประเทศ

ด้าน ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี 2540 และปี 2550 แม้จะแก้ไขยาก แต่ท้ายที่สุดก็สามารถแก้ไขได้ ขณะเดียวเห็นว่า เมื่อรัฐธรรมนูญใช้ไประยะหนึ่งควรมีการปรับปรุงแก้ไข ดังนั้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จึงไม่ใช่เรื่องที่จะเป็นไปไม่ได้ ส่วนขั้นตอนการทำประชามติเห็นว่า ควรทำหลังจากที่รัฐธรรมนูญผ่านแล้ว  

นอกจากนี้ ดร.สมคิด มองว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 4/2564 เป็นได้ทั้งปัญหาและโอกาส อาจพิจารณามองข้ามบางหมวด ที่ไม่จำเป็นต้องแก้ไข ขณะเดียวกันต้องไปศึกษาเพิ่มเติมคำวินิจฉัย ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเคยมีคนขอแก้บางมาตราที่เกี่ยวกับที่มาของสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า เป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับอำนาจการปกครอง พร้อมฝากไปถึงผู้ที่จะเข้ามามีอำนาจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องสื่อสารให้ดีเพื่อไม่ให้การมีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ คือการตีเช็คเปล่า ซึ่งจะทำให้การตอบรับจากประชาชน อาจเป็นไปในทิศทางอื่นได้

ส่วนปัญหาที่เกี่ยวข้องกับประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 นั้น คนมองไปที่บุคคลซึ่งถูกกลั่นแกล้ง จึงเห็นด้วยกับการเสนอตั้งคณะกรรมการ เพื่อเสนอความเห็นก่อนอัยการส่งฟ้อง และมองว่าเป็นช่องทางที่ดี หากมีพระราชทานอภัยก่อนที่คดีจะถึงที่สุด 
ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
 

ดร.ยุทธพร อิสรชัย อดีตรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช มองว่า หลายครั้งที่พยายามออกแบบกลไกต่าง ๆ ในรัฐธรรมนูญแต่ท้ายที่สุดก็เกิดปัญหา รัฐธรรมนูญจึงอาจไม่ใช่คำตอบ ในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในแต่ละยุคสมัย ซึ่งรัฐธรรมนูญทุกฉบับมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ทุกภาคส่วนในสังคมจึงต้องมาตั้งสติ 

ขณะเดียวกันเห็นว่าคำวินิจฉัย 4/2564 ยังไม่มีความไม่ชัดเจนในเงื่อนไขที่จะพิจารณา มาตรา 255 ระบอบการปกครอง และ 256 ก็จะขัดกับ 255 ไม่ได้ ทำให้การไม่แก้บางมาตรา เป็นวิธีที่ดี แต่ด้วยเงื่อนไขหลักการวินิจฉัย 4/2564 ก็จะยังไม่เป็นการยืนยันว่าคือการแก้ไขที่ไม่เป็นการแก้ไขทั้งฉบับหรือไม่
ดร.ยุทธพร อิสรชัย อดีตรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

และเห็นว่าการนิรโทษกรรม โดยใช้กฎหมายอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ อาจไม่สามารถทำให้บ้านเมืองเกิดความปรองดองได้ ด้วยการแก้ไขกฎหมายเพียงฉบับเดียว เนื่องจากมีการแบ่งขั้วที่ร้าวลึกในสังคมไทยเกิดขึ้น พัฒนาไปสู่ความขัดแย้งทางอุดมการณ์เกิดขึ้นในรัฐ และเกิดคดีที่มีความอ่อนไหวทางการเมือง ทั้งความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ความผิดตามกฎหมายอาญามาตรา 110 ซึ่งกระบวนการในการแก้ไขหรือนิรโทษกรรมอาจมีความแตกต่างกัน และอาจเกิดผลในทางบวกทางลบแตกต่างกันซึ่งต้องนำมาพิจารณาด้วย 
ไทยสร้างไทยเปิดเวทีถกแก้ รธน. การทำประชามติ กม.นิรโทษกรรม และปัญหา ม.112