ทั้งนี้ เชื่อว่าทั้ง 6 ด้าน สิ่งที่เป็นเชิงโครงสร้างที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของกรุงเทพมหานคร โดยผ่านนโยบายและโครงการต่าง ๆ มากมาย ซึ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพของเมือง จะเป็นผลในระยะยาว และอีก 2 ปี แม้ตนเองไม่อยู่แล้ว แต่โครงสร้างนี้จะยังอยู่ น่าจะสร้างความเปลี่ยนแปลง และถ้ามีประโยชน์จะขยายผลไปที่จังหวัดอื่นและระดับประเทศไทย
"ผมเชื่อว่า สิ่งที่ได้ทำมานั้น หากผ่าน 4 ปีไปแล้ว ผมไม่อยู่แล้ว แต่สิ่งที่ยังอยู่คือโครงสร้างที่เปลี่ยนแปลงไปแล้ว คือให้ประชาชนเป็นศูนย์กลาง และเสียงของประชาชนมีพลังมากขึ้น ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ" ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าว
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ บอกอีกว่า ส่วนสิ่งที่ยังต้องปรับปรุง เนื่องจากปัจจุบันยังมีพฤติกรรมผักชีโรยหน้าอยู่ ซึ่งยังไม่ได้มีการปรับปรุงให้ดีขึ้น รวมถึงการทุจริตคอรัปชั่น ที่ยังมีกลุ่มผลประโยชน์ที่มีอิทธิพล แต่เราก็ไม่กลัวและเดินหน้าต่อ /รวมถึงฝาท่อ ที่กทม.ต้องไปควบคุมคุณภาพ /รถที่จอดริมถนน รวมถึงหาบเร่ที่ลงอยู่บนถนน ซึ่งเมื่ออยู่บนถนนจะเป็นอำนาจของตำรวจ ดังนั้น จึงต้องเป็นการบูรณาการ
ดังนั้นจึงต้องทำ 3 ส่วน คือ ปรับปรุงพนักงานของกทม.ให้จริงจังขึ้น /บูรณาการหน่วยงานให้เข้มข้นและให้ดีขึ้น /แก้ระเบียบที่ล้าหลัง
ทั้งนี้ ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ยืนยันว่า กทม.ก็จะทำงานเต็มที่ เพื่อให้คนเหนื่อยน้อยลงและเพิ่มประสิทธิภาพให้ดีขึ้น เพื่อให้คนอยู่ในครอบครัวและใช้ชีวิตอย่างมีความสุข
ทั้งนี้ หากให้คะแนนเต็ม 10 ผู้ว่าฯชัชชาติ บอกว่า ก็ขอให้คะแนน 5 คะแนน เพราะจริงๆ คะแนนเป็นหน้าที่ของประชาชนที่ต้องให้คะแนน และยังต้องปรับปรุงพัฒนาต่อไป โดยน้อมรับคำติทุกคอมเมนต์มาปรับปรุงให้ดีขึ้น และเชื่อว่ายังมีเรื่องใน กทม.ให้ทำอีกมาก
และผู้ว่าฯ ชัชชาติ ยังมองด้วยว่า หลังจากนี้คนจะใช้ชีวิตได้อย่างคุ้มค่ามากขึ้น เพราะต้นทุนชีวิตคือ คนจะใช้เวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ต้องไปเสียเวลาการเดินทาง และได้ใช้ชีวิตอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ต้องเอาคุณภาพชีวิตไปเสี่ยงกับมลพิษต่างๆ
ซึ่งเชื่อว่า กทม.ไม่ได้มีนโนบายที่เป็นแชมป์เปี้ยนอันเดียว ต้องมีนโยบายเป็นร้อย เพราะไปแตะกับชีวิตคนหลายเรื่อง ดังนั้นจึงต้องเดินหน้าพัฒนาเมืองหน้าอยู่ในหลากหลายมิติ