เนชั่นทีวี

การเมือง

ร่าง "บุ้ง" ไม่สามารถบริจาคได้ เตรียมผ่าชันสูตรสาเหตุเสียชีวิตพรุ่งนี้

14 พ.ค. 2567 | titayu_pur

ร่าง "บุ้ง" ไม่สามารถบริจาคได้ เตรียมผ่าชันสูตรสาเหตุเสียชีวิตพรุ่งนี้

ทนายด่างเผยร่าง "บุ้ง ทะลุวัง" ไม่สามารถบริจาคได้ เหตุไม่เข้าหลักเกณฑ์ เตรียมผ่าชันสูตรสาเหตุเสียชีวิตพรุ่งนี้ ย้ำคาใจการเสียชีวิตและการเข้าถึงการรักษา เผยเจอครั้งสุดท้าย บุ้งอ่อนเพลีย พูดไม่ค่อยมีแรง คำพูดสุดท้ายฝากถึงพ่อแม่ เพราะเป็นห่วงครอบครัว

14 พฤษภาคม 2567 ความคืบหน้ากรณี การเสียชีวิตของ น.ส.เนติพร หรือ “บุ้ง ทะลุวัง” ผู้ต้องขังคดีทางการเมือง ด้วยอาการหัวใจหยุดเต้นฉับพลัน หลังอดอาหารต่อสู้มานานกว่า 108 วัน โดยเสียชีวิตที่ รพ.ธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ หลังเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา “บุ้ง ทะลุวัง” มีอาการหัวใจหยุดเต้น ทางโรงพยาบาลราชทัณฑ์ จึงได้ส่งตัวรักษาต่อที่ รพ.ธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ โดยทีมแพทย์ ได้พยายามช่วยชีวิตอย่างเต็มที่ แต่ร่างกายไม่ตอบสนอง "บุ้ง ทะลุวัง" เสียชีวิตเมื่อเวลา 11.22 น. ตามข่าวที่เสนอไปก่อนหน้านี้
 น.ส.เนติพร หรือ “บุ้ง ทะลุวัง”

ล่าสุดช่วงบ่ายวันนี้ ที่สำนักงานนิติเวช โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ นอกจากครอบครัว และเพื่อนของบุ้ง เดินทางมาแล้ว ยังมีพ่อของนางสาวทานตะวัน ตัวตุลานนท์ และ นายนภสินธ์ หรือ สายน้ำ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง เดินทางมาภายหลังด้วย รวมถึงยังมีเจ้าหน้าที่ของจังหวัดปทุมธานี เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ของกระทรวงยุติธรรม เดินทางเข้ามาเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย และชี้แจงพูดคุยกับครอบครัว และแพทย์ ซึ่งในวันพรุ่งนี้ (15 พ.ค.) จะมีการผ่าชันสูตรพลิกศพร่างของบุ้ง ในเวลา 09.00 น. โดยทนายความและครอบครัวจะเดินทางมาอีกครั้ง ก่อนจะรับร่างไปประกอบพิธีทางศาสนา
ร่าง "บุ้ง" ไม่สามารถบริจาคได้ เตรียมผ่าชันสูตรสาเหตุเสียชีวิตพรุ่งนี้
 

ทั้งนี้ ทนายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความประจำศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ระบุว่า ร่างของบุ้ง ไม่สามารถบริจาคร่างกายตามความต้องการได้หลังจากเสียชีวิต เนื่องจากว่า ไม่เข้าหลักเกณฑ์เพราะมีการผ่าชันสูตรพลิกศพ
หนังสือขอบริจาคร่างกายของบุ้ง
 

นายกฤษฎางค์ กล่าวว่า สาเหตุการเสียชีวิตเบื้องต้น เกิดจากหัวใจล้มเหลว ในส่วนสาเหตุการตายที่แท้จริง หมอจะต้องชันสูตรพลิกศพและผ่าชันสูตรในวันพรุ่งนี้ (15 พ.ค.) ก่อนจะส่งผลเลือดต่าง ๆ ไปตรวจสอบตามขั้นตอน ในวันนี้ ร่างของบุ้ง ยังอยู่ที่นิติเวชโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ  พนักงานสอบสวน จะต้องมาชันสูตรพลิกศพ ว่าสาเหตุการตายผิดธรรมชาติหรืออย่างไร 

ตนรู้ข่าวในช่วง 6 โมงเช้าของวันนี้ หลังจากที่มีคนโทรมาบอกว่า ขณะนี้ บุ้งรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ช่วง 06.00 น. บุ้งเป็นลม ล้มหมดสติ แต่ตนไม่ได้เห็น ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ว่าหัวใจหยุดเต้น สัญญาณชีพไม่มี จึงได้รีบปั๊มหัวใจเพื่อช่วยเหลือทันที แต่สัญญาณชีพไม่ขึ้น จึงได้ส่งตัวมารักษาที่ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์รังสิต

จากนั้นหมอได้ทำการปั๊มหัวใจต่อประมาณ 4 - 5 ชั่วโมง สุดท้ายก็เสียชีวิตในเวลา 11.22 น. โดยเมื่อมาถึงที่โรงพยาบาลเจ้าหน้าที่ก็แจ้งว่า สาเหตุการเสียชีวิต คือหัวใจล้มเหลว ส่วนตัวตนมองว่ามันเป็นการบอกสาเหตุการเสียชีวิตที่กว้างเกินไป แต่ขอยังไม่ออกความคิดเห็นอะไรมาก ขอรอดูรายละเอียดให้ชัดเจนก่อน 

ส่วนตัวไม่ได้เข้าเยี่ยมบุ้ง แต่ว่าจะมีทนายประจำศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนตลอด จากการสังเกตกายภาพของบุ้งเริ่มบวม เจ้าตัวปวดท้อง อ่อนเพลีย แต่ไม่ได้พูดถึงเรื่องอะไรมาก ย้ำแค่ว่า ป่วย โดยอาการดังกล่าวเท่าที่วิเคราะห์กับคุณหมอ มันคือการของคนที่อดอาหารเป็นเวลานาน เท่าที่ทราบช่วงหลังทางครอบครัวพยายามขอร้องให้บุ้งรับประทานอาหาร แต่ก็ทานไม่ได้เนื่องจากอดอาหารเป็นเวลา 30-40 วันมาแล้ว จึงได้ให้อาหารเสริม แคลเซี่ยมหรือน้ำแทน แต่ก็ยังมีลักษณะอ่อนเพลียอยู่ โดยหลังจากนี้ถ้าหากผลการชันสูตรร่างของบุ้งออกมาอย่างละเอียดแล้วพบว่า การเสียชีวิตเป็นการตายโดยธรรมชาติ ครอบครัวก็จะยอมรับ แต่ถ้าหากว่าผลออกมาเป็นการตายแบบผิดธรรมชาติ ทางกรมราชทัณฑ์จะต้องออกมาชี้แจง
 

โดยก่อนที่บุ้งจะเสียชีวิต สิ่งที่เป็นห่วงมากที่สุดคือครอบครัว และยังยืนหยัดว่า เขายังเชื่อในสิ่งที่เขาเรียกร้องมาตลอด


ทนายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความประจำศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

นายกฤษฎางค์ กล่าวว่า วันนี้เมื่อช่วงเช้าหลังจากที่เป็นข่าว พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.กระทรวงยุติธรรม ได้โทรศัพท์มาหาตนพร้อมกับย้ำว่า กังวลเรื่องความโปร่งใส จึงอยากจะให้ทำการชันสูตรที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติเลย ไม่ต้องส่งตัวไปที่นิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ เพราะบุ้งมีคดีความทางการเมืองหลายคดี ซึ่งตนเห็นด้วยกับประเด็นนี้มาก ซึ่งที่ผ่านมาทนายพยายามจะยื่นประกันตัวบุ้งได้ไม่กี่ครั้งในคดี ม.112 และทางศาลได้ถอนประกันในคดีอื่นๆ แต่ คดีนี้ ศาลอาญากรุงเทพใต้ ไม่ให้ประกันตัว 

และเมื่อถามถึงพินัยกรรมที่บุ้งเขียนยกทรัพย์สินบางส่วนให้ "หยก" ทนายความบอกว่า ก็ว่าไปตามข้อกฎหมาย สินทรัพย์มรดก ถ้าถูกต้องชอบธรรมก็เป็นไปตามนั้น และตนก็เห็นพิรัยกรรมฉบับดังกล่าวแล้ว เป็นหนังสือระบุชื่อชัดเจน แต่ก็ขอให้ผู้จัดการมรดกเป็นคนจัดการ ตนไม่อยากพูดอะไรมากเพราะก็เพิ่งเสียไปเมื่อเช้า พร้อมขออย่าเพิ่งโฟกัสประเด็นดังกล่าว ให้ไปโฟกัสถึงสาเหตุการตายว่า ทำไมถึงตายหรือทำไมถึงปล่อยให้ตาย หรือทำไมไม่รีบส่งรักษา หลังจากขอร้องมานานแล้ว ซึ่งกรมราชทัณฑ์จะต้องตอบประเด็นนี้ให้ได้ 

เมื่อถามว่า ตอนนี้มีใครยังอดอาหารภายในเรือนจำอยู่อีกหรือไม่ ทางทนายบอกว่า ส่วนตัวตนดูแลคดีของนางสาวทานตะวัน ในคดีบีบแตรขบวนเสด็จ ที่มีโทษสูงสุดเจ็ดปี มีโทษขั้นต่ำซึ่งยังคงอดอาหารอยู่ และยังไม่ได้รับการประกันตัว พร้อมตั้งคำถามจะต้องปล่อยให้ตายแบบนี้อีกหรือไม่ ส่วนแฟรงค์ตนไม่ได้ดู จึงไม่ทราบว่าอดอาหารหรือไม่

นอกจากนี้ทนายยังบอกอีกว่า เมื่อเช้านางสาวทานตะวันอยู่กับบุ้งช่วงที่หมดสติ ทำให้นางสาวทานตะวันวันนี้ไม่สามารถไปขึ้นศาลคดีบีบแตรขบเสด็จได้ เนื่องจากตกใจและร้องไห้ตลอดเวลา เมื่อถามถึงอาการของนางสาวทานตะวัน ก็อ่อนเพลีย แต่เบื้องต้นตนก็ยังไม่บอกว่าบุ้งเสียชีวิตแล้ว ขณะที่พรุ่งนี้ตนจะเดินทางไปกรมราชทัณฑ์ เพื่อติดต่อถึงทรัพย์สินของบุ้ง เช่นเงินที่ฝากไว้และของใช้ส่วนตัวที่อยู่ภายในเรือนจำ
ตะวัน ตัวตุลานนท์
 

ข่าวล่าสุด