เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่มีการมาแจ้งความดำเนินคดี นายจิรัฏฐ์ ระบุว่า "เอกสารที่ผมนำมาแสดงเป็นเอกสารที่ยืนยันว่า ในอดีตผมเคยผ่านกระบวนการทางราชการมาแล้ว และผมคิดว่าหน่วยงานราชการไม่ได้มีหน้าที่ในการตรวจสอบเอกสารทางราชการ ที่ปรากฏตามสื่อออนไลน์ เพราะไม่งั้นก็ต้องตรวจทุกคน และเอกสารนี้เป็นเอกสารที่หมดอายุความไปแล้ว ไม่ได้มีผลทางกฎหมาย การกระทำแบบนี้จึงมองว่าเป็นการดิสเครดิตกันเฉยๆ"
ส่วนทาง กมธ.ทหารได้ตรวจสอบคนเซ็นเอกสารหรือไม่นั้น มองว่าไม่ใช่หน้าที่ของตนเองในการไปตรวจสอบ ว่าใครเป็นคนเซ็น และไม่ใช่หน้าที่ตนเองในการทำเอกสารฉบับนั้นขึ้นมาด้วย
สำหรับกรณีที่มีรายงานว่ากองทัพบก ระบุไม่มีต้นขั้วใบ สด.43 นั้น นายจิรัฏฐ์ ระบุว่า เขาบอกว่าไม่มีต้นขั้วของ "นวรินทร์" ไม่ได้บอกว่าไม่ได้มีต้นขั้วของ "จิรัฏฐ์" ส่วนจะต้องไปถามกองทัพด้วยว่า ได้มีการตรวจสอบใบ สด.43 ของประชาชนที่โพสต์ลงสื่อออนไลน์หรือไม่ว่า เป็นเอกสารจริงหรือปลอม ตนเองคงไม่ไปก้าวก่าย
"ยืนยันว่าใบ สด.43 เป็นของจริง ผมเองไม่ไปปลอมแปลงอยู่แล้ว เพราะเป็นใบเอกสารตั้งแต่สิบกว่าปีที่แล้ว ไม่รู้จะปลอมแปลงขึ้นมาทำไม และจริงๆ เรื่องมันไม่มีอะไร แต่ทำให้งานที่ผมทำอยู่มันช้าลง" นายจิรัฏฐ์ ระบุ
สำหรับที่มองเป็นการดิสเครดิตเพราะว่าเป็นการออกมาจี้เรื่องปฏิรูปกองทัพหรือไม่ นายจิรัฏฐ์ ยอมรับว่า มีส่วนแต่ไม่ใช่แค่เรื่องนี้ มีอีกหลายเรื่อง มีกระบวนการไอโอ มีกระบวนการที่จะขัดขวางกระบวนการทำงานตลอดอยู่แล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อให้สัมภาษณ์เสร็จ นายจิรัฏฐ์ พร้อมกับทนายความ ได้เข้าพบพนักงานสอบสวนและให้ปากคำ บริเวณชั้น 3 ของ สน.ประชาชื่น โดยตำรวจไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนขึ้นไปบันทึกภาพ