เมื่อถามว่า การเดินทางไปเยือนจีน ไปพูดคุยกับคณะระดับใด นายสุทิน กล่าวว่า คณะของตนไปพูดคุยกับคณะทำงานของประเทศจีน ต่างฝ่ายต่างได้ข้อเสนอต่าง ๆ ก็นำไปคุยกับรัฐบาลของตัวเอง เมื่อรัฐบาล 2 ฝ่าย เห็นว่าไปได้ ก็จะมาคุยกันเอง ขั้นตอนจะจบต่อเมื่อตนคุยกับคณะทางการของจีนอีกครั้ง
สำหรับสาเหตุของการจะยกเลิกเรือดำน้ำนั้น โดยที่คุยกับทางจีน คือ สังคมไทยยังติดใจว่าไม่เป็นไปตามข้อตกลง และยังไม่สบายใจคุณสมบัติเรือดำน้ำ พูดง่ายๆคือคนไทย ยังคิดว่าไม่ได้อย่างที่ตกลงกัน และยังไม่มั่นใจในคุณสมบัติในเครื่องยนต์ (CHD 620) ที่ไม่เคยใช้ที่ใด
"อันนี้เป็นความลำบากใจของเรา ให้ทางจีนเข้าใจตรงนี้ด้วย ซึ่งเราก็ได้แสดงความเห็นใจกับทางเขาไปด้วย เพราะเขาได้ดำเนินโครงการมาแล้ว ดังนั้นจะพบกันตรงไหน ไม่ให้ 2 ฝ่ายเสียประโยชน์" รมว.กลาโหม ระบุ
เมื่อถามว่า ข้อเสนอยกเลิกโครงการเรือดำน้ำ มาจากฝั่งรัฐบาล หรือ คณะกรรมการศึกษาแนวทางที่เหมาะสมโครงการจัดหาเรือดำน้ำ ระยะที่ 1 ของกระทรวงกลาโหม นายสุทิน กล่าวว่า คณะกรรมการ เสนอ 2-3 แนวทาง โดยเสนอทั้งข้อดีข้อเสีย ข้อใดปฏิบัติได้หรือไม่ได้ และสิ่งที่ตนต้องฟังอย่างไม่เป็นทางการจาก ครม. โดยจะต้องดูมติด้วย อะไรที่ ครม. และพรรคร่วมไม่สบายใจ ก็ไม่อยากทำ
ส่วนท่าทีของจีนหากมีการยกเลิกโครงการเรือดำน้ำ นายสุทิน กล่าวว่า "เขาไม่ได้แข็งกร้าว เขามีท่าทีรับพิจารณา แต่มีเงื่อนไขว่า ถ้าเป็นเรือฟริเกต หรือเรือ OPV ต้องมาคุยกันเรื่องราคา โดยเป็นเงินที่เราจ่ายไปแล้ว และเงื่อนไขอื่นๆ ประกอบด้วย เขาไม่ได้ปิดแนวทางนี้"
ส่วนจะกระทบความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีนหรือไม่ นายสุทิน กล่าวว่า ไม่มีปัญหา ดูท่าทีแล้วน่าจะพูดแล้วเข้าใจกัน ต่างฝ่ายต่างเห็นใจกัน ไม่น่ากระทบความสัมพันธ์มาก เว้นแต่ว่าอยากได้ หรือเอามากเกินไป
ก็อาจกระทบกระเทือนอยู่ แต่ ณ วันนี้ ที่พูดตามแนวทางที่เสนอ ยังไม่กระทบความสัมพันธ์
เมื่อถามว่า การยกเลิกโครงการเรือดำน้ำกังวลในข้อกฎหมายที่จะมีการร้อง ป.ป.ช. ตามมาหรือไม่ นายสุทิน กล่าวว่า เมื่อตีความตามข้อกฎหมายแล้ว หากมีการเปลี่ยนแปลงอะไรเป็นมติ ครม. สามารถทำได้ แต่มติ ครม. ก็ต้องยืนอยู่บนกฎหมายและผลประโยชน์ประเทศ
ส่วนการจัดหาเรือฟริเกตจะเข้าที่ประชุม ครม. เพื่อบรรจุในงบประมาณปี 2568 หรือไม่นั้น นายสุทิน กล่าวว่า กระทรวงกลาโหมไม่ขัดข้อง แต่อยู่ที่นายกฯ พิจารณา เพราะเกี่ยวข้องกับตารางงบประมาณ ถ้ามีเรือฟริเกตและมีเรือดำน้ำ จะจัดงบอย่างไร เพื่อไม่ให้งบพอกมากเกินไปในแต่ละปี อาจจะเรียกว่าเป็นเทคนิคการบริหารเงิน ว่าสิ่งใดก่อนหรือหลัง
เมื่อถามถึง การเดินทางไปประเทศเกาหลีใต้ นายสุทิน กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกับการไปดูเรือฟริเกต หรือเรือดำน้ำ แต่เป็นการเดินทางไปตามคำเชิญของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ การสานความสัมพันธ์ และไปดูเรื่องอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ พร้อมเยี่ยมกองกำลังสหประชาชาติ ที่มีกำลังพลจากทหารไทยไปปฎิบัติหน้าที่อยู่ ในโอกาสนี้ทางกระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ ได้เชิญไปดูเครื่องบินรบ T-50 ที่ไทยจัดหา และรอส่งมาอีก 2 เครื่อง และไปดูโครงการผลิตด้วย